THIS IS DOPE! แพชชั่นข้ามวงการ James Kent เมื่อเชฟเป็น Sneakerhead

Nike x Chef
เชฟ James Kent และทีมงานภายในร้าน

เรื่องราวของเชฟผู้มีใจรักในสนีกเกอร์กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่ผ่านมาก็มีเชฟที่เคยได้ร่วมออกแบบผลงานให้ Nike ด้วยเช่นกัน เรื่องราวในวันนี้ก็เป็นเชฟอีกคนหนี่งที่ทำงานในร้าน Fine dining หรือร้านอาหารหรูในย่านที่มีชื่อเสียงอย่างวอลล์สตรีทในแมนฮัตตัน James Kent เชฟผู้สวมใส่สนีกเกอร์ดูแลธุรกิจร้านอาหารของเขาทั้งสองร้านอย่าง ร้าน Crown Shy และร้าน Saga ซึ่งเขาใส่ทั้ง fragment design x Travis Scott x Air Jordan 1 Low และ Union x Air Jordan 1 วิ่งไปมาในครัวอย่างไม่กลัวเลอะ

นอกจากความหลงใหลในการทำอาหารและการบริหารจัดการร้านอาหารของเขาแล้ว เชฟ James Kent ยังได้แบ่งปันส่วนหนึ่งของหัวใจมาให้กับสนีกเกอร์อีกด้วย ในชั้นสะสมของเขาก็เต็มไปด้วยสนีกเกอร์โดยเฉพาะรุ่นคอลแล็บของ Nike และ Jordan ถึงแม้จะเป็นเจ้าของร้านหรู แต่ความรักในสนีกเกอร์ของเชฟก็จริงแท้แน่นอนจากจนสัมผัสได้ อีกทั้งลูกมือของเชฟภายในร้านก็เป็นสนีกเกอร์เฮดด้วยเช่นกัน จนเวลาลูกค้าเดินเข้ามาภายในร้าน Crown Shy หรือ Saga ก็จะเห็นภาพเชฟใส่ Off-White™ x Air Jordan 1 “Chicago” และทีมงานภายในร้านใส่สนีกเกอร์เดินไปเดินมา Union x Air Jordan 4 “Guava Ice.” เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นสนีกเกอร์เฮด เชฟก็จะซื้อสนีกเกอร์ให้คุณเป็นของขวัญในวันเกิดเอง

เชฟ James Kent เล่าว่าแพชชั่นของเขาและทีมงานเกี่ยวกับสนีกเกอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจร้านอาหารไปแล้ว พร้อมทั้งแบ่งปันเรื่องราวการทำร้านอาหาร Fin Dining ที่เป็นร้านอาหารหรูผู้คนที่มาที่ร้านก็จะต้องแต่งตัวที่ดูดีจนเป็นรูปแบบซ้ำๆ เหมือนๆ กัน แต่สำหรับเชฟความหรูของคนแต่ละเจเนอเรชันก็จะแตกต่างกันออกไป เขาเลยอยากให้คนที่มาที่ร้านอาหารของเขาแต่งตัวอย่างไรก็ได้ตามสบาย เพราะความหรูในคำนิยามของ James Kent คือสิ่งที่เราสร้างภูมิใจที่จะใส่ และสำหรับเชฟ สนีกเกอร์เป็นอะไรที่หรูที่สุด พอๆ กับการทำอาหารจานหรูเลยทีเดียว

เชฟได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขากลายเป็น Sneakerhead ว่า เขาอาศัยอยู่ที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่สนีกเกอร์เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ในช่วงที่ยังเป็นเด็ก ครอบครัวของเชฟไม่ค่อยมีเงินมากนัก สนีกเกอร์เลยเป็นสิ่งที่เกินจะไขว่คว้ามาตลอด ทำให้ได้แต่มอง เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้จึงเหมือนได้ปลดปล่อยจากความเก็บกดมานาน เชฟยังเล่าถึงความคับข้องใจตอนเป็นเด็กว่า แม่ของเชฟเคยพาไปที่ร้าน V.I.M ณ 14th Street มีครั้งหนึ่งแม่ของเชฟซื้อรองเท้า PONY ที่คล้ายกับ Converse ให้ ด้วยความเป็นเด็กตอนนั้นจึงอายมาก เลยเอาเทปมาแปะทับโลโก้ PONY เอาไว้ จนเมื่อเข้า High School จนสามารถทำงานหาเงินเองก็เลยจัด Air Max 95 “Neon.” ให้ตัวเองไปหนึ่งคู่

เชฟเล่าต่อถึงการได้มารู้จัก Air Jordan 1 ครั้งแรก ก่อนที่จะกลายมาเป็นสนีกเกอร์คู่โปรด เชฟติดตามการเติบโตมีชื่อเสียงของ Air Jordan มาโดยตลอด จำได้ทุกเคมเปญการตลาด ทุกโฆษณา ทุกการโปรโมท แต่ช่วงนั้นเชฟไม่ได้ชอบ Air Jordan 1 เท่าในตอนนี้ ที่ชอบเพราะมันกลายเป็นรุ่นที่มีการคอลแลบมากที่สุดใน 5-10 ปีมานี้ และเป็นรุ่นที่มีความคลาสสิก การคอลแลบแต่ละครั้งก็เหมือนถูกทำให้ทันสมัยขึ้น เปรียบเทียบได้กับการทำอาหารของเชฟในร้านอาหาร ที่ต้องทำงานหนักมากร่วมกับทีมงานเพื่อรังสรรค์เมนูใหม่ขึ้นมา เมนูที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

เห็นเชฟเป็นคนนิวยอร์ก ทีมสัมภาษณ์เลยได้ถามเชฟไปว่า เชฟเป็นแฟนของทีมบาสเก็ตบอลจากนิวยอร์ก Knicks หรือเปล่า เพราะสำหรับแฟนทีมนี้แล้ว การใส่ Air Jordan เป็นเรื่องต้องห้าม เนื่องจาก Michael Jordan นับว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของ Knicks เลยกว่าได้ ซึ่งเชฟก็บอกว่า ใช่ เชฟเป็นแฟนพันธุ์แท้ทีม Knicks เป็นไปไม่ได้เลยที่เชฟจะเป็นแฟนของทีม Bulls แต่ก็ยอมรับว่าในช่วงนั้น Michael Jordan นั้นเก่งมาก และสนีกเกอร์ของเขาก็แสดงถึงความสำเร็จของเขาได้ดี ตอนเด็กเชฟก็ไม่ได้ไม่ชอบจอร์แดน แถมยังคิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พ่อแม่ซื้อให้สักคู่

ด้วยความที่เส้นทางของอาชีพเชฟ และสนีกเกอร์เป็นภาพที่ไม่เคยมีใครจินตนาการถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นได้ออก แต่ก็เกิดขึ้นจนปกติในวงการสนีกเกอร์ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนๆ เชฟจึงได้เปรียบเทียบให้ฟังถึงทั้งสองสิ่งนี้ว่ามีความรู้สึกต่อมันอย่างไร โดยเชฟเล่าว่า อาหารก็เหมือนกับรองเท้าสนีกเกอร์ เป็นเรื่องยากที่จะคิดเมนูใหม่ที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนบนโลกใบนี้ ซึ่งทั้งอาหารและสนีกเกอร์ก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานทั้งคู่ การที่คิดอะไรออกมาแล้วจะไม่ซ้ำหรือไปคล้ายใครเลยจึงเป็นเรื่องยาก จนมีคำพูดที่ว่า ตลอดชีวิตของเชฟคนหนึ่ง จะสามารถคิดได้เพียงแค่ 5 เมนูเท่านั้นที่จะไม่ซ้ำกับใคร ยกเว้น Tinker Hatfield ผู้ซึ่งเป็นคนออกแบบต้นแบบของ Nike ส่วนใหญ่ในตลาด ล้วนมาจากฝีมือการออกแบบของเขา

เชฟยังได้อธิบายถึงเรื่องที่ว่าหากเป็นเมื่อสิบปีที่แล้ว การใส่รองเท้าสนีกเกอร์ในร้านอาหารหรูระดับนี้ อาจโดนสายตาของใครสักคนมองมาแบบไม่เป็นมิตร แต่วันนี้เชฟได้ทำให้สนีกเกอร์สามารถใส่ได้ในร้านอาหาร Fine Dining ไปแล้วตอนนี้ เชฟในวัย 40 บอกว่า คนรุ่นเชฟคือคนที่เติบโตมาพร้อมกับสนีกเกอร์และดนตรีฮิปฮอป และเป็นวัยที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของร้านอาหารแนว Fine Dining ดังนั้นแล้วคนวัยนี้จะเป็นคนสร้างกฎใหม่ขึ้นมาเอง

“ผมอยากให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจ เมื่อเข้ามาในร้านของผม ถ้าการแต่งตัวสำหรับคุณคือ การใส่ Union x Air Jordan 1s เสื้อเท่ๆ กางเกงยีนส์ ผมก็ต้องการให้คุณใส่แบบนั้น”

เมื่อถามถึงคำนิยามความหรูหราของเชฟว่าคืออะไร เชฟก็ได้บอกว่า ความหรูหราไม่ใช่สิ่งที่เคยเป็นเหมือนตอนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเชฟ สิ่งที่เชฟรู้สึกตอนนี้คือเมื่อลูกค้าเข้ามาในร้าน ก็แค่ทานอาหารแล้วก็จ่ายตังเท่านั้นแหละ อยากใส่อะไรก็ใส่มาเถอะ ผมอยากรู้สึกเป็นกันเองเมื่อคุณมาที่ร้านของผม และผมอยากให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจ เมื่อเข้ามาในร้านของผม ถ้าการแต่งตัวสำหรับคุณคือ การใส่ Union x Air Jordan 1s เสื้อเท่ๆ กางเกงยีนส์ ผมก็ต้องการให้คุณใส่แบบนั้น

เชฟเล่าให้ฟังว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน มีชายคนหนึ่งมาทานที่ร้านอาหารแล้วเขาใส่ fragment design x Travis Scott x Air Jordan 1 Low ตอนเขาเดินผ่านครัวหันมาเห็นผมกำลังใส่สนีกเกอร์อยู่เหมือนกัน เราเลยหันมาทักกันว่า โย่! มันเป็นโมเมนต์ที่ดีมาก ๆ เชฟชอบมากเวลามีเรื่องราวดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้น อยากให้ทุกคนเป็นกันเอง ร้านอาหาร Fine Dining สมัยนี้แตกต่างจากเมื่อก่อน ถ้ารู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ใส่สูทมาทาน ดังนั้นก็เปลี่ยนเป็นใส่อะไรก็ได้ที่สบายกายและสบายใจแทนดีกว่า

ถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าเชฟและทีมงานทุกคนในร้านเป็นสนีกเกอร์เฮดกันหมดเลยหรือเปล่า เชฟก็ได้ยืนยันว่าไม่ทุกคน ทีมงานบางคนอาจจะใส่รองเท้าเชฟธรรมดา แต่ถ้าเป็นทีมเชฟในครัวแล้วล่ะก็ทุกคนใส่สนีกเกอร์กันหมด มีทุกแนว แต่ทุกคนต้องมีสนีกเกอร์ที่บ้านแน่ เพราะเมื่อถึงวันเกิดใครสักคนเชฟก็จะมอบสนีกเกอร์ให้เป็นของขวัญวันเกิด แต่ยกเว้นที่ร้าน Crown Shy มีกฎว่าพนักงานที่ต้องไปต้อนรับลูกค้าต้องใส่ยูนิฟอร์ม โดยพนักงานทีมนั้นจะใส่รองเท้า Clarks, Wallabees ซึ่งเป็นหนึ่งในไอเท็มของยูนิฟอร์มที่ทาง Dao-Yi Chow และ Maxwell Osborne จากทีม Public School ได้ทำการออกแบบให้

เมื่อคุยกับเชฟแบบนี้จะหลายคนอาจคิดว่าถ้าเป็นการร่วมงานระหว่างเชฟกับ Nike ในสนีกเกอร์ธีมเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งทางเชฟก็เห็นด้วยว่าน่าจะออกมาเจ๋งเลย ทำให้นึกถึงรุ่น Concepts x Nike SB Dunk High “TurDUNKen” กับภาพโปรโมทที่วางอยู่บนเตาปิ้งย่าง และ Ben & Jerry’s x Nike SB Dunk Low “Chunky Dunky” เชฟก็หวังว่าจะได้ร่วมงานกับ Nike ในวันข้างหน้าเช่นเดียวกัน ซึ่งเชฟก็ได้เคยลองออกแบบ Nike ในเวอร์ชันของตัวเองด้วย ซึ่งมีหลายรุ่นที่เชฟอยากลองออกแบบ และที่แน่ๆ ก็คือ Air Jordan 1 ซึ่งเชฟหลายคนก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับ Nike แล้ว ทางเชฟ James Kent ก็กำลังรอโอกาสจากทาง Nike อยู่

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เชฟ James Kent ก็เลยได้ลองเปรียบเทียบคอลเลกชันสนีกเกอร์ของตัวเองที่มีอยู่กับเชฟคนอื่นๆ ดู ซึ่งเชฟเองก็คิดว่า คอลเลกชันสะสมของตัวเองก็ไม่แพ้เชฟคนอื่นๆ เลย อีกทั้งเชฟในทีมบางคนก็มีคอลเลกชันที่เด็ดไม่แพ้กัน เชฟอีกคนที่เชฟ James Kent รู้จักชื่อว่า JP จากร้านอาหารเกาหลีชื่อ ATOMIX ก็มีคอลเลกชันเจ๋งๆ เช่นกัน พวกเรามีวัฒนธรรมเดียวกัน เบื้องหลังคล้ายกัน และเรื่องราวในอดีตคล้ายๆ กันด้วย

“สนีกเกอร์เป็นเครื่องแสดงออกของความคิดสร้างสรรค์ และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตัวตน”

สำหรับเชฟ James Kent แล้ว สนีกเกอร์เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเขา ทั้งเป็นส่วนหนึ่งของยูนิฟอร์ม เพราะสำหรับเชฟต้องใส่ชุดเชฟ ผ้ากันเปื้อน กางเกงสีดำในทุกๆ วัน ชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ที่สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้ก็คือรองเท้า และการได้แสดงตัวตนว่าฉันเป็นใครก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับ James Kent เพราะ สนีกเกอร์เป็นเครื่องแสดงออกของความคิดสร้างสรรค์ และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตัวตน

ยลโฉมผลงานจาก G-Dragon และ Nike กับ PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1

Nike
PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1

หลังจากที่ G-Dragon หัวหน้าวง BigBang ได้ร่วมงานกับ Nike มาในผลงานของ Air Force 1 ทั้งสองรุ่นไปแล้ว การกลับมาร่วมงานครั้งนี้ก็ไม่ได้หยิบต้นแบบจากรุ่นไหนๆ มาเหมือนก่อนหน้า เพราะในครั้งนี้ GD ได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปแบบเต็มแม็กซ์ ด้วยการสร้างต้นแบบใหม่ของตัวเองในชื่อรุ่น PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1

หลังจากได้มีการปล่อยภาพพรีวิวแบบมุมสูงมาให้แฟนๆ และเหล่าสนีกเกอร์ได้พิจารณากันไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ คราวนี้เจ้าตัว GD ก็ได้หยิบสนีกเกอร์รุ่นล่าสุดที่เจ้าตัวออกแบบ PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1 มาให้ทุกคนได้เห็นกันชัดๆ อีกครั้งในหลากหลายมุมบน Instagram ของเขาเอง ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดในมุมอื่นๆ มากขึ้น ว่าเขาได้ใส่ดีเทลอะไรลงไปในสนีกเกอร์คู่นี้บ้าง

จากภาพทั้งหมดที่ถูกเผยแพร่ออกมาจนถึงตอนนี้ สามารถสรุปได้ว่า PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1 เป็นสนีกเกอร์ lower cut ข้อเตี้ย ตกแต่งด้วยลวดลายและองค์ประกอบตามสไตล์ของ GD ที่มีความแฟชั่นสูงมาก ในส่วนของ Upper หรือตัวบอดี้ทำจากวัสดุหนังนุ่มสีขาว ที่เผยให้เห็นลักษณะของการตัดเย็บและการตกแต่งวัสดุหนังได้อย่างชัดเจน รวมถึงลิ้นรองเท้าที่มีลักษณะเป็นปีกพับออกมาด้านหน้าเผยให้เห็นโลโก้ของ PEACEMINUSONE ที่ข้างขวา และโลโก้ Nike ที่ข้างซ้าย ซึ่งถูกพิมพ์ให้เห็ฯเด่นชัดเป็นสีดำ และรูปที่ GD ลงก็โชว์ให้เห็นรูปของดอกเดซี่ที่กลีบหายไปหนึ่งกลีบ เป็นสัญลักษณ์ภาพจำของ PEACEMINUSONE ที่ส้นของรองเท้า ที่ถูกตกแต่งบริเวณของเกสรเป็นสีเหลืองเด่นชัด รวมถึงที่พื้นของรองเท้าเองก็มีสัญลักษณ์ดอกเดซี่ที่น่าจะฝากร่องรอยอันโดดเด่นไว้บนพื้น

อัปเดตล่าสุดคาดว่า PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1 จะเปิดตัวในช่วง มกราคม ปี 2022 ในราคาประมาณ $180 หรือ ไม่เกิน 6,000 บาท แต่ Nike กับ GD ก็ยังไม่ได้ออกมาคอนเฟิร์มอะไร


Source: https://hypebeast.com/2021/9/peaceminusone-nike-kwondo-1-release-info

สาวก NIKE เตรียมตัวให้พร้อม AIR VAPORMAX EVO กำลังจะมา

WAD NIKE AIR VAPORMAX EVO

ปล่อยภาพมาให้เห็นกันจะๆ อย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ AIR VAPORMAX EVO ที่มาในสีดำ ถูกใจสาย All Black และดีไซน์ที่หยิบโมเดลคลาสสิกของ Nike VAPORMAX มาปรับโฉมใหม่ โดยใช้แรงบันดาลใจจากดีไซน์ของ Air Max 96 II ผสมกับเอกลักษณ์ของ Midsole จาก Vapormax ทำให้เดิมที่เคยเป็นรองเท้าวิ่งในช่วง 1996 สำหรับ Air Vapormax EVO รุ่นล่าสุดนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงด้วยการปรับลุคให้ทันสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบันมากขึ้น กลายเป็นที่มาของ Air Vapormax EVO

Air Vapormax EVO มาในสี Triple Black เริ่มกันที่ส่วนของ Upper ประกอบด้วยวัสดุผ้าตาข่าย (Mesh) และส่วนที่เป็นหนัง ประกอบลิ้นรองเท้าที่เป็นวัสดุ Neoprene ที่มีโลโก้ยาง Vapormax แปะอยู่ และเอกลักษณ์สำคัญที่เป็นกิมมิคสร้างความโดดเด่นคือ วัสดุสะท้อนแสง 3M ที่ถูกประดับอยู่ตรงด้านข้างของปลายเท้า ส่วนของที่ร้อยเชือกร้องเท้า และแถบสัญลักษณ์ EVO ตรงหลังข้อเท้า คอยสะท้อนแสงในยามค่ำคืน นอกจากจะความสวยงามแล้ว ยังเพิ่มเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

วันเปิดตัวยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดกันว่าอาจเป็นช่วงปลายปี 2020 หรือต้นปี 2021 ต้องรอติดตาม สนนราคาอาจอยู่ที่ประมาณ 225 USD หรือประมาณเกือบ 7,000 บาท ในมุมมองส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อเพราะจากดีไซน์ ดีเทล และวัสดุ ที่สำคัญที่สุดคือความเท่ที่มาในคราบ All Black แมทช์ได้ทุกลุคจบในคู่เดียว บอกได้คำเดียวว่า “Cop!”

‘Beture’ 2020 คอลเลกชันประจำปี ต้อนรับ Pride Month จาก NIKE – เข้าไทย 22 มิ.ย. 63

ทุกเทศกาลแบรนด์แฟชันและเครื่องแต่งกายไม่ว่าจะแบรนด์หรูตลอดจนสายสตรีท ก็มักจะออกคอลเลกชันพิเศษมาแข่งขันกัน ซึ่งนอกจากตามซีซันปกติทั่วไปอย่าง Winter Fall Summer Spring แล้ว ก็ยังมีโอกาสหรือเทศกาลพิเศษที่แบรนด์ต่างๆ ก็ออกคอลเลกชันมาเพื่อให้ทันกระแสสังคมกันอยู่เรื่อยไป

รวมถึงเทศกาลอย่าง Pride หรือ Pride Month ที่ถูกกำหนดขึ้นให้เดือน มิถุนายน ของทุกปี เป็นเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ LGBTQIA+ เพื่อความเท่าเทียมกันของคนทุกคน ซึ่งคอลเลคชันที่ออกมาช่วงเดือนนี้บางแบรนด์ก็ออกแบบสินค้าเพื่อให้ตรงกับกระแสปัจจุบัน และเพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนความเสมอภาคของคนทุกเพศ โดยการนำสีรุ้ง ที่เป็นสีของธงอันเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม LGBTQIA+

Nike เองก็เป็นหนึ่งในแบรนด์เหล่านั้น ที่เมื่อถึงเดือนมิถุนายน ก็จะมีคอลเลกชัน BETRUE ออกมา และเพื่อให้มีความเป็นเอกลักษณ์สื่อถึง Pride Month ก็มีการใส่สีรุ้งเข้าไปในสินค้าคอลเลกชันนี้ด้วย โดยในปี 2020 นี้เอง ทาง Nike ก็ได้หยิบสินค้ายอดฮิตอย่าง AIR FORCE 1, AIR DESCHUTZ, และ AIR MAX 2090 มาเล่นในคอลเลกชัน BETURE ในเดือน Pride Month

สำหรับคอลเลกชัน Nike Betrue 2020 ได้เปิดตัวไปแล้วในบางประเทศ และมีกำหนดจะวางขายในประเทศไทยในวันที่ 22 มิถุนายน 2563 นี้ เวลา 9 โมง โดยราคา Air Force 1 ‘BETRUE’ อยู่ที่ 5,500 บาท, Air Max 2090 ‘BETRUE’ อยู่ที่ 5,500 บาท และ AIR DESCHUTZ ‘BETRUE’ อยู่ที่ 2,900 บาท

ชัดแล้ว Nike React Vision จะมาในสี Triple Black

หลังจากที่มีข่าวออกมาไม่ถึงสองสัปดาห์ ล่าสุด Nike ออกมาเปิดเผยว่า Nike React ใหม่จะในสไตล์ที่เท่และดูลึกลับที่น่าจะถูกใจหลายๆ คนอย่างสี Triple Black ผิดจากก่อนหน้านี้ที่มีการคาดเดากันว่าจะมาในสีสดใส

ส่วนประกอบต่างๆ ของ สนีกเกอร์คู่นี้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าอย่าง Easter และ Joker โดยสิ้นเชิง โดยส่วนของอัปเปอร์จะถูกหุ้มด้วยผ้าสีดำเป็นรูคล้ายผ้าตาข่ายแต่มีสไตล์ และวัสดุส่วนใหญ่ที่เป็นสีดำด้าน ยกเว้นส่วนของส้นเท้าที่เป็นยางแข็งๆ สีดำออกเงาๆ และตัดกับ Swoosh ที่ใส่ลูกเล่นเป็นเส้นของสีเทาแทนการเทสีถมทึบ

สุดท้ายเก็บงานด้วยสีของพื้นรองสีดำตัดกับดอกยางที่เป็นเอกลักษณ์ของ React ที่บางส่วนเป็นสีกรมเข้มๆ เกือบดำ

เชิญรับชมภาพเต็มๆ ได้ที่ด้านล่างนี้ และติดตามวันเวลาวางจำหน่ายได้ที่นี่กอนใคร คาดว่าจะจำหน่ายบนเว็บไซต์ Nike.com ที่ราคาประมาณ $140 หรือประมาณ 4,400 บาท

รวมภาพสินค้าคอลเลกชันซัมเมอร์ 2019 ของ Supreme x Nike

แบรนด์แนวหน้าของโลกอย่าง Supreme เป็นแบรนด์ที่เรียกได้ว่ามีโลโก้แปะอยู่ตรงไหน ราคาสินค้าตัวนั้นเป็นต้องพุ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า หลังจากจบการ Collaboration กับ Vans ไป คราวนี้ถึงคราว Supreme x Nike บ้าง

การเปิดตัวงาน Collaboration ครั้งใหม่นี้ เป็นส่วนหนึ่งของ Summer Collection 2019 ซึ่งนับว่าเป็นที่น่าเสียดายสำหรับเหล่า Sneakerhead แบบสุด เพราะไม่มีสินค้าที่เป็นรองเท้าในคอลเลกชัน จะมีเฉพาะสินค้าจำพวก เสื้อฮู้ดแจ๊กเก็ตผ้าไนลอนแบบกันน้ำและกางเกงวอร์ม, ฮู้ดสเวตเชิ้ต, กางเกงสเวตเตอร์, สเวตเตอร์ผ้าแจ็คการ์ด และกระเป๋าคาดไหล่ผ้าไนลอน โดยจะมีโลโก้ที่เป็นสัญลักษณ์งานคอลแลบครั้งนี้ของ Supreme และ Nike อยู่บนสินค้าบางตัว

ซึ่งดีไซน์ของสินค้าในคอลเลกชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดที่ใส่ทำงายในสมัยก่อนเหมือนกับคอลเลกชันในซีซันที่แล้ว ใครที่รอสินค้าคอลเลกชันนี้อยู่ ล่าสุดยังไม่มีกำหนดการวางขายในไทย แต่มีเฉพาะที่ร้านสเก็ตใน New York, Brooklyn, LA, London และ Paris ในวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ สำหรับชาวไทยอย่างเราก็ต้องเข้าไปกดกันในเว็บ supremenewyork หรือถ้าใครจะไฝว้ วันที่ 25 พฤษภาคมนี้ก็มีกำหนดวางขายในญี่ปุ่นนะ อย่างน้อยก็ใกล้บ้านเราเข้ามาอีกนิด สุดท้ายนี้ ไปชมภาพกันชัดๆ อีกทีที่ด้านล่างนี้เลย

มาอีกหนึ่งสี! sacai x Nike Blazer เผยโฉมรองเท้าตัวใหม่สี Yellow/Baby Blue

หลังจากที่ sacai ได้ร่วมงานกับทาง Nike ไปครั้งก่อนและได้ปล่อยรองเท้าสองคู่ในคอลเล็กชั่น “Blazer With the Dunk” ไปเมื่อช่วงต้นปีนี้ ล่าสุด sacai และ Nike ได้ปล่อยรองเท้าสีใหม่อย่าง Yellow/Baby Blue ซึ่งนับเป็นคู่ที่สามของคอลเล็กชั่นนี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยตัวโมเดลของรองเท้าคู่ที่สามนี้จะใช้เป็นโมเดล Nike Blazer ที่มีทั้งคอนเซ็ปท์ “Double Everything” และวัสดุเหมือนกับทั้งสองคู่ที่ออกมาก่อนหน้านี้ เเต่จัต่างกันออกไปคือสีพื้นฐานของตัว Upper นั้นจะใช้สี Yellow ตัดกับ Double Swoosh สี Baby Blue ได้อย่างดี พร้อมด้วยเชือกคู่สีขาวดำที่เข้ามาทำให้ไม่ดูหวานมากจนเกินไป

โดยวันเวลาในการวางจำหน่าย sacai x Nike Blazer Yellow/Baby Blue ยังไม่ได้ระบุออกมาอย่างเป็นทางการ ยังไงต้องรอมาอัพเดตกันอีกทีครับ

ปล่อยสีใหม่รัวๆ Air Jordan 1 “Yellow Toe” เตรียมขายช่วงซัมเมอร์นี้

เตรียมปล่อยกันอีกหลายรุ่นหลายสีสำหรับสินค้าในไลน์ Air Jordan 1 ปีนี้เรียกได้ว่ารัวๆ ตั้งแต่ต้นปี จนตอนนี้ก็ยังมีรูปออกมายั่วกันอยู่เรื่อยๆ สำหรับรอบนี้เป็นคิวของ Air Jordan 1 High OG “Yellow Toe” มาในสีเหลืองสดใส

สำหรับสินค้าในโมเดลนี้ที่มีการใช้สีแตกต่างกันไปเป็นรุ่นๆ อย่างในปีที่แล้วช่วงครึ่งปีหลังก็ได้มีการปล่อยสี “Pine Green” และ “Court Purple” ออกมา โดยมีการใช้สีหลักเพียงสองสีเหมือนๆ กันคือ ดำ และอีกสีเป็นสีตามชื่อรุ่น อย่างรุ่นนี้ก็มาในสีเหลืองบริเวณส้นเท้า ข้อเท้าด้านหลัง หลังเท้า และพื้นรองเท้า

ในปีที่แล้วมือกีตาร์วง Shinedown ก็ได้รับรองเท้า Air Jordan 1 ที่เหมือนกับรุ่นนี้ เพียงแค่รุ่นนี้ไม่มี Logo ของวง Shinedown ตรงส้นรองเท้านั่นเอง

สำหรับตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลกำหนดการวางขายอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าน่าจะเป็นช่วงซัมเมอร์ปี 2019 นี้ ในราคา $160 USD (ประมาณ 5,000 บาท) ดังนั้นเหล่าสาวก Air Jordan 1 โปรดติดตามกันต่อไปรับรองว่า WAD. จะมาบอกให้ทุกคนเตรียมกดกันได้ทันเวลาอย่างแน่นอน ชมภาพเพิ่มเติมได้ด้านล่างนี้เลยครับ

Source Solecollector

SAVAGE!!! Skechers ออกโฆษณาตัวใหม่ล้อ Nike

Skechers ได้เปลี่ยนสโลแกนของ Nike เป็น “JUST BLEW IT.” ผ่านโฆษณาหนังสือพิมพ์หัวดังอย่าง The New York Times ทั้งเวอร์ชั่นสิ่งพิมพ์และออนไลน์เพื่อล้อเลียน Nike เกี่ยวกับอุบัติเหตุรองเท้าขาดของ Zion Williamson ในระหว่างการเเข่งขัน NBA

โดยในชิ้นงานโฆษณาครั้งนี้เป็นรูปของรองเท้าโมเดล Nike PG 2.5 ที่ถูกเอาแบรนด์ออกแล้วมีรอยฉีกขาดที่รองเท้าข้างซ้ายแบบเดียวกันกับรองเท้าที่ขาดระหว่างการเเข่งขันของ Zion และเปลี่ยนสโลแกนด้านบนจาก “JUST DO IT.” เป็น “JUST BLEW IT.” เเละมีโลโก้ของ Skechers อยู่ที่ด้านล่างพร้อมข้อความ “We won’t split on you.”

ถือเป็นการจิกกัดที่เเสบเอามากๆ สำหรับโฆษณาครั้งนี้ของ Skechers ก็ต้องติดตามกันว่าวันไหน Skechers พลาด Nike จะเเก้เเค้นคืนยังไง

ใกล้เดือนแห่งความรักแล้ว Edison Chen ไม่รอช้า ปล่อยภาพแรกของ Emotionally Unavailable x Nike Air Force 1 High พร้อมเผยโฉมเต็มๆ วาเลนไทน์นี้

Photos: edceee3000

ในทุกๆ วันวาเลนไทน์ Nike จะปล่อยคอลเล็กชันสำหรับเดือนแห่งความรักนี้เป็นประจำทุกปี เเละปีนี้ก็เช่นเดียวกัน Nike และ Edison Chen ไม่พลาดที่จะปล่อยภาพแรกของโปรเจค Emotionally Unavailable x Nike Air Force 1 High ที่จะมีกำหนดการปล่อยจริงๆ หลัง วันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้

โปรเจค Collaboration ระหว่าง Edison Chen แห่ง Emotionally Unavailable และ แบรนด์รองเท้ายักษ์ใหญ่อย่าง Nike นี้ เลือกใช้โมเดล Nike Air Force 1 High เท่าที่ดูจากภาพแรกของคอลเล็กชั่นนี้ Emotionally Unavailable x Nike Air Force 1 High จะมาในสีแดงพร้อมกับเปลี่ยนมาใช้ระบบซิปแทนที่การใช้เชือกแบบเดิมๆ ของรุ่นนี้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายิ่งใกล้วันเปิดตัว ยิ่งจะมีภาพหลุดของเจ้า Emotionally Unavailable x Nike Air Force 1 High ออกมาเรื่อยๆ ยังไงก็ติดตามต่อไปว่า งาน Collab ครั้งนี้จะออกมาแบบไหน

Source : Sneakers News