ทนไม่ไหว! Uncle Roger บุกบ้าน Hersha Patel สอนหุงข้าว

หลังจากที่ได้ทำ Reaction (ดูได้ที่ ข้าวผัดไข่เป็นเหตุ! YOUTUBER ชาวเอเชีย ร่วม REACT ทำไมหุงข้าวแบบนั้น?) จนเกิดกระแสกันไปทั่วทั้งโลกอินเทอร์เน็ต เรื่องการหุงข้าวของ Blogger อาหารของ BBC นามว่า Hersha Patel วันนี้ ฤกษ์งามยามดี ทั้ง Uncle Roger ตัวเปิดประเด็นและ Hersha Patel ได้มีโอกาสมาคอลแลบกันเพื่อทำคอนเทนต์เอาใจแฟนๆ

Uncle Roger

Uncle Roger เปิดคลิปด้วยการอ้างว่าถูกโทรมาทาบทามให้มาเยี่ยมที่บ้าน ไม่รู้ว่าวันนี้ Hersha จะทำอะไรบ้าง ถ้าตนไม่ได้อัปคลิปหลังจากนี้ให้โทรแจ้งตำรวจด้วยนะ พร้อมบอกว่าถ้าเขาตายไปให้ส่งเสื้อสีส้มตัวโปรดของ Uncle Roger ไปให้ครอบครัวที พวกเขาจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มมาก็ปั่นแล้ว

Hersha Patel
Uncle Roger

เมนูที่ทั้งคู่ทำในคลิป แน่นอนว่าต้องเป็นข้าวผัดไข่เหมือนในคลิปนั้น เพียงแต่ครั้งนี้มี uncle Roger ประกบคอยห้ามไม่ให้ Hersha ใช้กระชอน และรับปากกับแฟนๆ ว่าวันนี้ จะไม่มีการใช้กระชอนในการทำอาหาร

Uncle Roger หยอกด้วยมุขที่ว่า แน่นอนว่าการหุงข้าวมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม แต่บางวัฒนธรรมก็ผิด เล่นเอาสาว Hersha มองตาขวางกันเลยทีเดียว 55555

Uncle Roger

หลังจากนั้นสาว Hersha ก็เอาคืนด้วยการแกล้งหยิบกระชอนออกมา ทำเอา Uncle Roger ห้ามแทบไม่ทัน หลังจากนั้นก็เธอก็แกล้งทำเป็นว่า แค่จะหยิบมาเก็บในตู้เฉยๆ

แน่นอนว่าบทสรุปก็คือ กรรมวิธีการทำอาหาร มีได้หลากหลาย ไม่มีถูกหรือผิด เหมือนดั่งประโยคที่ว่า Food is an art ศิลปะ ย่อมมาพร้อมความหลากหลาย หากเอาสิ่งใดไปครอบมัน มันก็ไม่ต่างจากสิ่งที่ตายแล้ว ไม่มีอะไรใหม่ รายการทำอาหารหลายรายการ ยังมีช่วงให้แข่งกันรังสรรค์เมนูด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ หรือเมนูที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลกนี้ ตราบใดที่รสชาติมีคนยอมรับ ไม่ผิดหลักสุขอนามัย อาหารจานนั้น ก็กำเนิดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์โดยหน้าที่ของมันแล้ว

สุดท้ายนี้ทั้งคู่จะทำข้าวผัดไข่ออกมาสำเร็จหรือไม่ หน้าตาข้าวผัดไข่ที่เกิดจากสองวัฒนธรรมที่แตกต่าง หน้าตาจะเป็นอย่างไร เชิญรับชมความน่ารักของทั้งคู่ที่พร้อมสร้างเสียงหัวเราะให้คุณได้ในคลิปด้านล่างนี้เลย

ข้าวผัดไข่เป็นเหตุ! Youtuber ชาวเอเชีย ร่วม React ทำไมหุงข้าวแบบนั้น?

เรื่องเริ่มจากบล็อกเกอร์อาหารนามว่า Hersha Patel ของ BBC Food ได้โพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการทำข้าวผัดไข่ Egg-fried rice โดยเริ่มตั้งแต่หุงข้าว ตอกไข่ หั่นผัก นำไข่ลงไปผัด ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วปิดท้ายที่นำข้าวสุกลงไปผัดต่อ

ดูๆ แล้วมันก็เป็นวิธีการทำข้าวผัดทั่วไป แต่ทว่าในขั้นตอนการหุงข้าวนั้นมีบางอย่างที่แตกออกไป ซึ่งคนที่สังเกตเห็นเป็นคนแรกก็คือช่อง Youtube ชื่อว่า
mrnigelng ที่เรียกตัวเองว่า Uncle Roger ผู้ที่ทำคลิปเรียกเสียงเฮฮามากมาย จากผู้ชมหลายเชื้อชาติทั่วโลก ด้วยสำเนียงที่มีเอกลักษณ์ทำให้หลายคนชื่นชอบคอนเทนต์ของเขาโดยเฉพาะชาวเอเชีย

ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงหยิบเอาคลิปการทำข้าวผัดของ BBC มา Reaction และวิจารณ์เรียกเสียงฮากันตั้งแต่เปิดคลิปกันเลยทีเดียว แต่ที่โดนหนักสุดเห็นจะพวกช่วงการหุงข้าวเจ้าปัญหานั่นเอง

Reaction ของเขาเรียกเสียงฮาได้ไม่น้อย และทำให้ทั้ง Youtuber และ ผู้ชม Youtube ชาวเอเชียผู้เชี่ยวชาญการหุงข้าว ด้วยการวัดโดยใช้ข้อนิ้วชี้ ต้องออกมาประท้วงกันยกใหญ่ว่า “ใครเค้าหุงข้าวแบบนั้นกัน เค้าใช้ข้อนิ้วชี้กันโว้ย”

อย่างเช่นในประโยคที่คุณ Hersha Patel ผู้สาธิตพูดว่า “นี่คือเมนูง่ายๆ ไม่แพง ทำกินเองได้ …ไม่ต้องกลัว…”
อังเคิลโรเจอร์ก็เปิดด้วยความกวนว่า “ใครเค้ากลัวข้าวผัดไข่กัน มันเป็นเมนูทั่วไปที่ทุกคนกิน ใครกลัว ทำไมคุณถึงกลัวข้าวผัดไข่ อังเคิลโรเจอร์กลัวผี แต่คุณกลัวข้าวผัดไข่เนี่ยนะ”

หรือในบางช่วงที่คุณ Hersha Patel บอกว่า “คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงิน 8 ปอนด์ (ประมาณ 300 กว่าบาท) เพื่อซื้อข้าวผัดไข่…” อังเคิล โรเจอร์ ก็สวนทันควันว่า “ใครจ่ายเงิน 8 ปอนด์เพื่อซื้อข้าวผัดไข่กลับบ้าน บ้าหรอ …ไฮย่าาา”
คำว่า “ไฮย่า” นี้เองเป็นวลีติดปากของ อังเคิล โรเจอร์

ความบันเทิงเริ่มขึ้นเมื่อเข้าสู้พาร์ทแรกของการทำเมนูข้าวผัดไข่ เมื่อคุณ Hersha Patel เริ่มหุงข้าว เธอเริ่มจากการตวงข้าวด้วยแก้วชา และบอกว่า “ต้องตวงข้าว 1 แก้ว ต่อน้ำ 2 แก้ว” ซึ่งนั่นเป็นสัดส่วนที่ต่างกันค่อนข้างมากระหว่างข้าวกับน้ำ

และแน่นอนว่า อังเคิล โรเจอร์ ทักท้วง “ทำไมถึงใช้แก้วชาตวงน้ำอะ ใช้นิ้วสิ นิ้วๆๆ ใส่ข้าว ใส่น้ำ ให้ถึงข้อนิ้วแรกอะ ผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าคลิปนี้จะออกมาดี”

แล้วก็ตามมาแบบคอมโบด้วยการไม่ล้างข้าวก่อนหุง แต่จุดพีคที่สุดมันอยู่ที่ตอนที่เธอหุงข้าวจนสุก แต่ว่าข้าวดันแฉะ เธอจัดการด้วยวิธีที่ทุกคนต้องตาค้างงงง

ต้องขอหยุดการสปอยล์ไว้เพียงเท่านี้ คุณสามารถเข้าไปฮาได้เองในคลิปของ อังเคิล โรเจอร์ ด้านล่างนี้

ส่วนลิงค์ต้นเหตุของ BBC นั้น เนื้อหายังคงอยู่ เพียงแค่วิดีโอมีปัญหาไม่สามารถเข้าชมได้อีกแล้ว สามารถคลิปชมได้ที่ลิงค์ Egg Fried Rice by BBC Food

แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ทันความไวปีศาจของชาวเน็ต เพราะมีคนมา Reupload ให้ได้ชมกันได้ Youtube เป็นที่เรียบร้อย โดยใช้ชื่อคลิปว่า BBC Food Egg Fried Rice ต่อด้วย (LOL) (ด้านล่าง)

ไม่เพียงแค่ อังเคิล โรเจอร์ ที่ออกมาทำคลิป Reaction การทำอาหารนี้ ยังมี Youtuber อีกมากมาย ที่ออกมาทักท้วงเกี่ยวกับการทำข้าวผัดไข่ของเธอ สามารถเข้าไปชมได้ที่: https://www.youtube.com/results?search_query=egg+fried+rice+bbc

แต่ในความเห็นของเรานั้น เราเชื่อว่าการทำอาหารไม่มีถูกมีผิด ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม ไก่ย่าง ยางมีกรรมวิธีในการทำได้ตั้งหลากหลายขึ้นอยู่กับสูตรของใครของมัน หรือของพื้นที่นั้นๆ ตราบใดที่หน้าตามันยังไม่ได้ดูผิดแปลกไปจากเดิม และรสชาติมันก็อร่อย มีคุณภาพและถูกหลักโภชนาการ ผมคิดว่าเมนูที่คุณ Hersha Patel ทำนั้น ก็เรียกว่า ข้าวผัดไข่ ได้เต็มปากเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมาล้างข้าวเอาตอนสุดท้ายก่อนผัดแล้วก็เถอะ

เพราะครั้งหนึ่งผมก็เคยได้ยินคนเถียงกันว่า ข้าวต้ม ทำจากข้าวสวยต้ม หรือนำข้าวสารมาต้มเลย แต่สุดท้ายคนลิ้นธรรมดาอย่างผมเวลาทานก็แยกไม่ออกว่าข้าวต้มถ้วยนี้ ต้มด้วยข้าวสวยหรือข้าวสารกันแน่

เปิดตัวอย่างแรก “Everybody’s Everything” สารคดีบันทึกเรื่องราวชีวิตของ Lil Peep

ในที่สุดก็ปล่อยตัวอย่างแรกออกมาแล้ว สำหรับสารคดีเรื่อง “Everybody’s Everything” สารคดีที่บันทึกช่วงชีวิตที่แฟนๆ หลายคนอาจยังไม่เคยเห็นของศิลปินหนุ่มผู้มีสไตล์เพลงน่าสนใจอย่าง Lil Peep โดยสารคดีเรื่องนี้เป็นผลงานกำกับร่วมกันของ Sebastian Jones และ Ramez Silyan อำนวยการสร้างโดยผู้กำกับชื่อดังอย่าง Terrence Malick และ Sarah Stennett รวมถึง Liza Womack แม่ของ Lil Peep เองก็ได้มาร่วมสร้างสารคดีเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ตัวสารคดีจะเล่าเกี่ยวกับชีวิตในหลากหลายด้านของศิลปินหนุ่ม ทั้งช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่และหลังจากที่เขาได้จากโลกนี้ไป ทั้งในช่วงที่ชีวิตที่รุ่งโรจน์ ปัญหาที่เขาต้องเผชิญตลอดช่วงอายุ 21 ปี ซึ่งนับว่าเป็นบทสรุปของของชายที่สร้างสรรค์ผลงานเพลงแนวใหม่ที่ผสมผสานระหว่างพังค์ อีโม และ แทร็ป ผู้นี้อย่างแท้จริง

โดยสารคดีเรื่องนี้มีกำหนดเปิดตัวในวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ในอเมริกา ก็ได้แต่หวังว่าจะมีบริษัทที่สนใจสารคดี และนำเข้ามาให้แฟนๆ ชาวไทยได้ชมกัน

5 สถานที่ท่องเที่ยวใน Game of Thrones ที่แฟนซีรีส์เรื่องนี้ห้ามพลาด

ปิดฉากกันไปเป็นที่เรียบร้อยกับการเดินทางอันยาวนานนับทศวรรษของซีรีส์ Game of thrones กว่าจะเดินทางมาถึงซีซันสุดท้ายซีซันที่ 8 เรียกได้ว่าแฟนๆ คนไหนคลอดลูกตอนซีซัน 1 ตอนนี้คงเดินได้แล้ว ช่างยาวนานเสียเหลือเกิน

สำหรับซีซันสุดท้ายนี้บางคนอาจจะไม่ค่อยถูกใจสักเท่าไหร่ เพราะมีกระแสบ่นอุบอิบจากแฟนทั่วโลก เกือบจะทุก Ep. ว่า อีหยังวะ! แต่ยังไงก็ช่าง เพราะรักหรอกนะจึงให้อภัย

บางคนก็เฝ้ารอภาคปฐมบท ระหว่างนี้เราก็มีสถานที่ถ่ายทำในซีรีส์เรื่องนี้มาให้ตามรอยกัน สำหรับคนที่มีเวลาว่าง หรือคนที่กำลังแพลนวันหยุดยาวที่ยังไม่ใกล้จะถึง และสำหรับคนที่วันลาเหลือๆ ขอกเลยว่าแต่ละสถานที่นั้นสวยจนสตันท์ และไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น เรามีแถมแหล่งช็อปปิงสำหรับสายแฟชันอย่างชาว WAD. อีกด้วย

1. อุโมงค์ต้นไม้สุดยิ่งใหญ่ – The Dark Hedges of Armoy

Game of Thrones
Credit: ANDIA/UIG VIA GETTY IMAGES
ที่ตั้ง: เทศมณฑลแอนทริม (County Antrim), บัลลีมันนี (Ballymoney), ไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland)
ปรากฎใน Seanson 2 Ep.1 “The Night Lands”

ฉากที่ อาร์ยา สตาร์ค (Arya Stark) ปลอมตัวเป็นเด็กผู้ชายเพื่อหนีออกจาก คิงส์ แลนดิง (King’s Landing) เพื่อเดินทางไปหา จอน สโนว์ (Jon Snow) ที่ดินแดนเหนือ เป็นเส้นทางที่ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้สองข้างทาง ในซีรีส์ตั้งชื่อให้ว่า Kingsroad เชื่อมระหว่าง Castle Black กับเมืองหลวง

การเดินทาง: ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่น่าหลงใหลอันถูกปกคลุมด้วยต้นบีช (Beech) ขนาดใหญ่สองข้างทาง ซึ่งต้นบีชเหล่านี้มีอายุกว่า 200 ปี ถูกปลูกโดยราชวงศ์สจวต (Stuart Family) เป็นถนนที่นำไปสู่แมนชันสถาปัตยกรรมสไตล์จอร์เจียน อยู่ห่างจากเบลฟาสต์ (Belfast) ไปประมาณ 1 ชั่วโมง นั่งรถ Translink Ulterbus สาย 178 ต้นสาย Coleraine ปลายสาย Ballycastle ลงป้าย Clintyfinnan หรือบอกพนักงานว่าไป Dark Hedges ไม่ก็ The Hedges Hotel ลงป้ายแล้วเดินต่ออีก 20 นาที

สิ่งที่น่าสนใจ: สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ จึงเหมาะแก่ช่วงเวลาแห่งการชอปปิงหลังเที่ยวเสร็จ หรือไม่ก็ไปที่ Titanic Belfast ที่ที่มีสตูซาวด์สเตจ (Sound stages) ของ Game of thrones อยู่แถวนั้น ถ้าโชคดีก็อาจได้เจอนักแสดงในเรื่องก็เป็นได้นะ

2. ชายหาดดาวน์ฮิลล์ – Downhill Strand

Game of Thrones
Credit: ANDIA/UIG VIA GETTY IMAGES
ที่ตั้ง: เทศมณฑลลอนดอนเดอร์รี (County Londonderry), โคเลอเรน (Coleraine), ไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland)
ปรากฎใน Season 2 Ep.2 “The North Remembers”

มาให้เห็นกันทั้งซีซันสำหรับฉากนี้ที่ สแตนนิส บาราเธียน (Stannis Baratheon) ซ่อนตัวจากพี่ชายของเขา โรเบิร์ต บาราเธียน (Robert Baratheon) อีกครั้งนึงก็ใน Season 7 Ep.3 “The Queen’s Justice” กับฉากการพบกันครั้งแรกของ เดเนริส ทาร์เกเรียน (Daenerys Targaryen) กัน จอน สโนว์ (Jon Snow)

การเดินทาง: หาดดาวน์ฮิลล์อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Castlerock สถานที่อันเป็นแหล่งกำเนิด Dragonstone แต่ที่นี่ไม่มีปราสาทแบบในซีรีส์ให้ดู เพราะปราสาทถกสร้างขึ้นเพื่อการถ่ายทำโดยเฉพาะในสถานที่อื่น และใส่ CGI เข้าไปจนกลายเป็นฉากอันอลังการที่เราเห็นกัน การเดินทางจาก Belfast ไปได้หลายวิธี แต่ค่อนข้างลำบาก เพราะรถสาธารณะยังเข้าไม่ถึง ป้ายใกล้สุดยังต้องเดินต่ออีกเกือบ 40 นาที แนะนำให้หารถเช่าไปง่ายกว่า

สิ่งที่น่าสนใจ: ด้านบนหน้าผาเป็นที่ตั้งของวัดโบราณมุสเซนเดน (Mussenden Temple) เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตและงานดนตรีตลอดทั้งปี ส่วนด้านล่างก็เป็นหนึ่งชายหาดที่ยาวที่สุดในไอร์แลนด์เหนือระยะทางกว่า 11 กม. ให้ชมวิวริมหาด บางคนก็เล่นเซิร์ฟ ไม่ก็อาบแดด ถ้าดื่มดำบรรยากาศริมหาดจนเบื่อแล้วก็มี Castlerock Golf Club ให้อวดวงสวิง หรือจะไปที่ตัวเมืองโคเลอเรนเพื่อเดินตลาดหาไรกินก็ได้

3. ปราสาทดูน – Doune Castle

Game of thrones
Credit: ANDIA/UIG VIA GETTY IMAGES
ที่ตั้ง: เทศมณฑลแอนทริม (County Antrim), เมืองดูน, สก็อตแลนด์ (Scotland)
ปรากฎใน Season 1 Ep.1 “Winter is Coming”

ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 30 ถูกใช้ปราสาทเมืองหลวงแห่งดินแดนเหนือนามว่า Winterfell อันเป็นบ้านของตระกูลสตาร์ค บริเวณภายนอกของประสาทถูกใช้หลายช็อตในซีรีส์ ส่วนภายในประสาทถูกถ่ายให้เห็นใน Season 1 Ep.1 ฉากที่ราชาโรเบิร์ต บาราเธียน มาเยี่ยมเน็ด สตาร์ค

การเดินทาง: ปราสาทดูนห่างจากเอดินเบอระ (Edinburgh) เมืองหลวงของสก็อตแลนด์ประมาณ 1 ชั่วโมง การเดินทางจากเอดินเบอระไปที่ Loch Ness มีอยู่ 3 วิธี 1. นั่งรถบัสสาย G90, M90 หรือ M91 จากต้นทางป้ายเอดินเบอระ ไปลงที่ ป้ายอินเวอร์เนส (Inverness) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง แล้วต่อรถบัสสาย 917, 919, 920 หรือ 119 ไปลงที่ป้าย Bunloit, Achnahannet Farm ใช้เวลาประมาณ 40 นาที รวมแล้วใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมงนิดๆ รถบัสแต่ละสายจะต่างกันที่เวลาออก 2. นั่งรถไฟไปลงที่ ป้ายอินเวอร์เนส (Inverness) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่งโมงครึ่งเท่าๆ กัน แล้วต่อรถบัสสาย 917, 919, 920 หรือ 119 ไปลงที่ป้าย Bunloit, Achnahannet Farm เหมือนเดิมรวมแล้วใช้เวลาพอๆ กันกับวิธีแรก 3. รถส่วนตัวหรือเช่ารถใช้เวลา 3 ชั่วโมง 5 นาที

สิ่งที่น่าสนใจ: ณ ปราสาทแห่งนี้ อยู่ใกล้กับทะเลสาบ Loch Ness ขนาดใหญ่ที่มีคนพบเห็นสัตว์ประหลาด Nessie ในตำนาน หรือจะลองไปชิมวิสกี้แถวๆ นั้นดูก็ชิลล์ไม่หยอก ผู้คนที่มาที่นี่นอกจากนั่งท่องเที่ยวแล้ว ไม่ได้มีแค่แฟนซีรีส์ Game of thrones เท่านั้น แต่อาจจะมีแฟนจากหนังเรื่อง Monty Python and the Holy Grail ด้วย แถวนั้นจะมีไกด์จากหนึ่งในสมาชิกของ Monty Python อย่าง Terry Jones แล้ว ปราสาทแห่งนี้ยังเป็นที่จัดงานประจำปี Monty Python Day อีกด้วย โดยมีค่าเข้าปราสาทประมาณ 10 USD ส่วนชาว WAD. เที่ยวเสร็จแล้วอย่าลืมแวะไปเอดินเบอระชอปปิงกันสักหน่อย ขะแนะนำว่าอย่าพลาดร้าน Xile, Focus และ Pieute

4. ท่าเรือบอลลินทอย – Ballintoy Harbour 

Game of Thrones
Credit: ANDIA/UIG VIA GETTY IMAGES
ที่ตั้ง: เทศมณฑลแอนทริม (County Antrim), หมู่บ้านบอลลินทอย, สก็อตแลนด์ (Scotland)
ปรากฎใน Season 1 Ep.2 “The Night Lands

บอลลินทอยเป็นหมู่บ้านชาวประมง ถูกใช้เป็นฉาก Landsport ท่าเรือแห่งเมืองไพก์ (Port of Pyke) หนึ่งในแปดของ Iron Islands และเป็นบ้านของ ธีออน เกรย์จอยส์ (Theon Greyjoy)

การเดินทาง: ท่าเรือบอลลินทอยอยู่ห่างจากเบลฟาสต์ (Belfast) ประมาณ 1 ชั่วโมง แถมอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวอย่างทางเดินยักษ์ (Giant’s Causeway) ที่เป็นแท่งหินสมมาตรเรียงตัวเหมือนทางเดินอันลึกลับยิ่งใหญ่ สามารถเดินทางได้ 3 วิธี 1. คือโดยรถยนต์ส่วนตัวใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 2. คือรถไฟจากสถานี Belfast Lanyon Place ไปที่สถานี Coleraine ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง และต่อรถบัสสาย 402a, 402 หรือ 172 จาก Coleraine ไปลงป้าย Bollyntoy Youth Hostel ใช้เวลาประมาณ 54 นาที รวมประมาณ 3 ชั่วโมง 3. โดยรถบัสนั่งสาย 218 หรือ 218a จากป้าย Belfast Bridge Street ไปลงป้าย Coleraine และนั่งรถบัสสาย 402a, 402 หรือ 172 ไปลง Bollyntoy Youth Hostel เหมือนเดิม

สิ่งที่น่าสนใจ: เดินชิลล์เรียบชายฝั่งหรือท่าเรือของหมู่บ้านประมงสุดแปลกตาแห่งนี้ หรือเดินถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ ในซีรีส์ ไม่ก็แวะไปสถานที่มรดกโลกโดย UNESCO อย่าง Giant’s Causeway ถ้าเบื่อแล้วก็แว้บไปปราสาทดันลูส (Dunluce Castle) ปราสาทในยุคกลางที่เป็นบ้านของ ธีออน เกรย์จอยส์ ห่างจากท่าเรือไป 20 นาทีเท่านั้น ซึ่งสามารถไปที่ปราสาทโดยสะพานหลักทางเดียวเท่านั้น

5. ปราสาทวอร์ด – Castle Ward

Game of thrones
Credit: HBO

ที่ตั้ง: Downpatrick, County Down, Northern Ireland

ปรากฎใน Season 1 Ep. 1 “Winter is Coming”

Castle Ward ถูกทำให้เป็นปราสาทแห่งวินเทอร์เฟล บ้านของตระกูลสตาร์คในซีรีส์ ตั้งแต่ฉากแรกในตอนแรกของซีซันแรก เป็นฉากประทับใจ ที่ตระกูลสตาร์คยังอยู่กันอย่างอบอุ่นและสงบสุข รวมถึงเป็นสถานที่ที่รวมเหตุการณ์สำคัญๆ อย่างสงครามกับ White Walker ในซีรีส์ไว้ด้วย

การเดินทาง: ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากเบลฟาสต์ (Belfast) 40 นาที, ห่างจากดับลิน (Dublin) 20 นาที และห่างจากลอนดอน (London) เพียง 6 ชั่วโมงเท่านั้น ปราสาทวอร์ดเป็นสถานที่สำหรับคนที่มาตามรอยซีรีส์ Game of Thrones ต้องห้ามพลาด ส่วนวิธีการเดินทางจากเมืองต่างๆ สามารถเช็ครายละเอียดได้ในลิงค์ด้านล่างเลย

จาก London ไป Castle Ward Click
จาก Belfast ไป Castle Ward Click
จาก Dublin ไป Castle Ward Click

สิ่งที่น่าสนใจ: กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือสัมผัสประสบการณ์แบบในซีรีส์ประหนึ่งเป็นบุตรแห่งสตาร์ค ใส่ผ้าคลุมขนสัตว์ ฝึกยิงธนู และผจญภัยในป่าที่ครอบครัวสตาร์คเจอไดร์วูฟ (Direwolves) หรอจะลองขึ้นไปเช็กความสูงบนหอคอยที่ แบรนดอน สตาร์ค (Brandon Stark) ถูกเจมี แลนนิสเตอร์ (Jamie Lannister) ผลักตกลงมา ไม่ก็ไปเดินเล่นในหลุมฝังศพแห่งวินเทอร์เฟล Winterfell Crypt ใครที่ยังฟิตก็มีจักรยานให้เช่าปั่นชมบรรยากาศรอบๆ สถานที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน

ขอให้ลอร์ดทุกท่านสนุกสนานในการเดินทางชมทั่วทั้งดินแดนแห่ง Game of Thrones นะครับ 🙂

Disney เผยรายชื่อภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปีนี้ จนถึงปี 2027

หลังจาก Avengers: Endgame ประสบความสำเร็จไปอย่างถล่มทลายกวาดรายได้อย่างต่อเนื่อง Disney ก็ได้ออกมาเผยรายชื่อภาพยนตร์เรื่องต่อไป และต่อไป เรียกได้ว่าแพลนยาวไปยันปี 2027 ตั้งแต่ Aladdin ที่จะเข้าฉายในวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ ตามมาด้วย X-MEN: Dark Pheonix ในวันที่ 7 มิถุนายน, Toy Story 4 วันที่ 21 มิถุนายน, Stuber วันที่ 12 กรกฎาคม, The Lion King วันที่ 19 กรกฎาคม, The Art of Racing in the Rain วันที่ 9 สิงหาคม, Ready or Not วันที่ 23 สิงหาคม และอีก 3 เรื่องที่กำหนดฉายเลื่อนมาอย่าง Ad Astra กำหนดฉายวันที่ 20 กันยายน, The New Mutants ในวันที่ 3 เมษายน 2020 ตามมาด้วย Artemis Fowl ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2020

นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์เรื่องอื่นที่น่าติดตามกำลังจะเข้าฉายภายในปีนี้อย่าง Star Wars: The Rise of Skywalker และ Frozen 2 และภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ อีกมากมาย สามารถดูตรวจดูรายชื่อภาพยนตร์เรื่องโปรดของคุณได้ที่ด้านล่างนี้

ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปี 2019

05/10/19: Tolkien (FSL)
05/24/19: Aladdin (DIS)
06/07/19: Dark Phoenix (FOX)
06/21/19: Toy Story 4 (DIS)
07/12/19: Stuber (FOX)
07/19/19: The Lion King (DIS)
08/09/19: The Art of Racing in the Rain (FOX)
08/23/19: Ready or Not (FSL)
09/20/19: Ad Astra (FOX)
10/04/19: The Woman in the Window (FOX)
10/18/19: Maleficent: Mistress of Evil (DIS)
11/15/19: Ford v. Ferrari (FOX)
11/22/19: Frozen 2 (DIS)
12/20/19: Star Wars: The Rise of Skywalker (DIS)
12/25/19: Spies in Disguise (FOX)

ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปี 2020

01/10/20: Underwater (FOX)
02/14/20: Untitled Kingsman Movie (FOX)
02/21/20: Call of the Wild (FOX)
03/06/20: Onward (DIS)
03/27/20: Mulan (DIS)
04/03/20: The New Mutants (FOX)
05/01/20: Untitled Marvel (DIS)
05/29/20: Artemis Fowl (DIS)
06/19/20: Untitled Pixar Animation (DIS)
07/03/20: Free Guy (FOX)
07/17/20: Bob’s Burgers (FOX)
07/24/20: Jungle Cruise (DIS)
08/14/20: The One and Only Ivan (DIS)
10/09/20: Death on the Nile (FOX)
11/06/20: Untitled Marvel (DIS)
11/25/20: Untitled Disney Animation (DIS)
12/18/20: West Side Story (FOX)
12/23/20: Cruella (DIS)

ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปี 2021

02/21/21: Untitled Marvel (DIS)
03/05/21: Nimona (FOX)
03/12/21: Untitled Disney Live Action (DIS)
05/07/21: Untitled Marvel (DIS)
05/28/21: Untitled Disney Live Action (DIS)
06/18/21: Untitled Pixar Animation (DIS)
07/09/21: Untitled Indiana Jones (DIS)
07/30/21: Untitled Disney Live Action (DIS)
10/08/21: Untitled Disney Live Action (DIS)
11/05/21: Untitled Marvel (DIS)
11/24/21: Untitled Disney Animation (DIS)
12/17/21: Avatar 2 (FOX)


ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปี 2022

02/18/22: Untitled Marvel (DIS)
03/18/22: Untitled Pixar (DIS)
05/06/22: Untitled Disney Live Action (DIS)
06/17/22: Untitled Pixar (DIS)
07/08/22: Untitled Disney Live Action (DIS)
07/29/22: Untitled Marvel (DIS)
10/07/22: Untitled Disney Live Action (DIS)
11/04/22: Untitled Disney Live Action (DIS)
11/23/22: Untitled Disney Animation (DIS)
12/16/22: Untitled Star Wars (DIS)

ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปี 2023

02/17/23: Untitled Disney Live Action (DIS)
12/22/23: Avatar 3 (FOX)

ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปี 2024

12/20/24: Untitled Star Wars (DIS)

ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปี 2025

12/19/25: Avatar 4 (FOX)

ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปี 2026

12/18/26: Untitled Star Wars (DIS)

ภาพยนตร์ที่จะเข้าฉายในปี 2027

12/17/27: Avatar 5 (FOX)

เป็นไงกันบ้าง เรียกได้ว่ายิงยาวกันยันลูกโต รอกันจนลืมเลยทีเดียว แฟนๆ อย่างเราก็คงทำอะไรมากไม่ได้ นอกจาก… รอ

Your Name เวอร์ชันคนแสดงสัญชาติอเมริกัน มีกำหนดวันฉายปลายปี 2019

ภาพยนตร์แอนิเมชันรีเมก เวอร์ชันคนแสดงเรื่อง Your Name โดยโปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง J.J. Abrams หลังจากที่เวอร์ชันแอนิเมชันประสบความสำเร็จไปอย่างถล่มทลายทั่วโลก สำหรับเวอร์ชันคนแสดงนี้ เรียกได้ว่าแฟนๆ แอนิเมชันญี่ปุ่นทั้งตื่นเต้น และต้องลุ้นตัวโก่งกันอีกครั้ง เพราะผลงานรีเมกแอนิเมชันของ Hollywood ที่ผ่านมาแต่ละเรื่องนั้น ผลตอบรับไม่ค่อยดีนัก ทำให้ทุกครั้งที่มีข่าวจะรีเมกทีไร ก็จะต้องมกระแสต่อต้านการใช้นักแสดงชาวตะวันตก หรือที่เรียกว่า Whitewashing นั่นเอง

สำหรับภาพยนตร์รีเมกเรื่องนี้นอกจากได้ J.J. Abrams ที่ผ่านผลงานการสร้างภาพยนตร์มาอย่างโชกโชนอย่างเรื่อง Overlord, Starwar: EpisodeIX, Mission Impossible: Fallout และอื่นๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังมีผู้กำกับอย่าง Marc Webb เจ้าของผลงานภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง 500 Days of Summer และ The Amazing Spider-man มาร่วมทีมอีกด้วย

โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ Your Name เวอร์ชันแอนิเมชันอย่าง เกงกิ คาวามูระ ได้กล่าวถึงการรีเมกครั้งนี้ว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ Marc Webb ซึ่งเป็นผู้กำกับเบอร์แรกๆ ที่เราต้องการให้มากำกับได้ตกลงมากำกับภาพยนตร์รีเมกเรื่องนี้ เพราะเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก เห็นได้จากภาพยนตร์เรื่อง 500 Days of Summer และผมมั่นใจว่ามุมมองของเขาที่มีต่อ Your Name จะสร้างปรากฎการณ์อีกครั้งแน่นอน

เหนือสิ่งอื่นใดเราทราบมาว่าผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Your Name ก็กำลังสนใจที่จะดัดแปลงภาพยนตร์เรื่องนี้ให้มีมุมมองความเป็นตะวันตกมากขึ้น ซึ่งจะเปลี่ยนจากเดิมที่ตัวละครหลักชายและหญิงอาศัยอยู่ในเมืองโตเกียวและกิฟุ ก็จะเปลี่ยนเป็นชายหนุ่มจากเมืองชิคาโกและหญิงสาวชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในชนบทแทน

แฟนๆ ก็คงต้องลุ้นกันต่อไปว่าผลงานรีเมกครั้งนี้จะออกมาเป็นเช่นไร โดยคาดว่ามีกำหนดวางฉายช่วงสิ้นปี 2019 นี้ โดยล่าสุดผู้กำกับ Your Name อย่าง มาโกโตะ ชิงไก ก็ออกมา ทวีตว่า ภาพยนตร์รีเมกเรื่องนี้ได้อยู่ในมือของคนที่เหมาะสมแล้ว

Source HYPEBEAST

รวมหนังและซีรีส์ที่จะอัปเดตบน Netflix ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 นี้

สำหรับในเดือนแห่งความรักที่กำลังจะมาถึงนี้ Netflix ก็ได้เตรียมอัพหนังและซีรีส์โรแมนติกมากมายเอาใจคู่รักหลายคู่ ส่วนใครที่คิดว่าเมื่อถึงวันวาเลนไทน์แล้วจะยังโสดอยู่ Netflix ก็พร้อมเอาใจคุณด้วยหนังอย่าง Jaws และ Hostel ส่วนทั้งหมดจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

February 1
– About a Boy
– American Pie
– American Pie 2
– American Wedding
– As Good as It Gets
– Billy Elliot
– Dear Ex (Netflix Film)
– Final Destination
– Free Rein: Valentine’s Day (Netflix Original)
– Hairspray
– Hostel
– Jaws
– Jaws 2
– Jaws 3
– Jaws: The Revenge
– Personal Shopper
– Pretty in Pink
– Russian Doll (Netflix Original)
– Siempre bruja (Netflix Original)
– The Edge of Seventeen
– True: Happy Hearts Day (Netflix Original)
– Velvet Buzzsaw (Netflix Film)

February 2
– Bordertown: Season 2 (Netflix Original)
– Romance Is a Bonus Book (Netflix Original, Streaming every Saturday)

February 3
– Disney’s Beverly Hills Chihuahua

February 5
– Ray Romano: Right Here, Around the Corner (Netflix Original)

February 6
– The Soloist

February 8
– Nailed It! México (Netflix Original)
– El árbol de la sangre (Netflix Film)
– High Flying Bird (Netflix Film)
– Kevin Hart’s Guide to Black History (Netflix Original)
– One Day at a Time: Season 3 (Netflix Original)
– ReMastered: The Two Killings of Sam Cooke (Netflix Original)
– The Epic Tales of Captain Underpants: Season 2 (Netflix Original)
– Unauthorized Living (Netflix Original)

February 9
– The Break: Season 2 (Netflix Original)

February 10
– Patriot Act With Hasan Minhaj: Volume 2 (Netflix Original, Streaming every Sunday)

February 13
– Flavorful Origins: Chaoshan Cuisine (Netflix Original)
– Little Women

February 14
– Dating Around (Netflix Original)
– Ken Jeong: You Complete Me, Ho (Netflix Original)

February 15
– Larry Charles’ Dangerous World of Comedy (Netflix Original)
– The Breaker Upperers (Netflix Film)
– The Dragon Prince: Season 2 (Netflix Original)
– The Umbrella Academy (Netflix Original)
– Yucatan (Netflix Film)

February 16
– Black Sea
– Studio 54
– The 40-Year-Old Virgin

February 21
– The Drug King (Netflix Film)

February 22
– Chef’s Table: Volume 6 (Netflix Original)
– Firebrand (Netflix Film)
– GO! Vive a tu manera (Netflix Original)
– Paddleton (Netflix Film)
– Paris Is Us (Paris est à nous) (Netflix Original)
– Rebellion: Season 2 (Netflix Original)
– Suburra: Season 2 (Netflix Original)
– The Big Family Cooking Showdown: Season 2 (Netflix Original)
– The Photographer of Mauthausen (Netflix Film)
– Workin’ Moms (Netflix Original)

February 25
– Dolphin Tale 2
– Our Idiot Brother

February 27
– Unsolved: The Murders of Tupac and the Notorious B.I.G.

February 28
– Jeopardy!: Collection 2
– The Rebound

Source Highsnobiety

แฟนคลับขุดเจอแอคเคานท์ Soundcloud สมัยก่อนของ Post Malone ในชื่อ Austin Richard กับแนวเพลงที่แตกต่างจากปัจจุบัน

Post Malone เป็นที่รู้จักในนามของศิลปินที่มากความสามารถ เนื่องจากสไตล์เพลงที่มีเอกลักษณ์ที่สะท้อนบุคลิกของเขาทำให้กลายเขาเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงระดับโลกคนหนึ่ง

แต่ล่าสุดมีแฟนคลับได้ไปขุดพบแอคเคานท์เก่าของเขา บนแพลทฟอร์มให้บริการสตรีมดนตรีและอย่าง Soundcloud ที่เผยให้เห็นถึงสไตล์เพลงของเขาในสมัยก่อน ที่แตกต่างจากปัจจุบันตอนที่เขามีชื่อเสียง

โดยแอคเคาท์ของเขาใช้ชื่อว่า Austin Richard เจอเพลงของเขาหลายเพลงที่บรรเลงทำนองด้วยกีตาร์แบบชิลๆ ไม่มีกลิ่นอายความเป็นเพลงแร็ปเหมือนในตอนนี้ แต่มันก็เพราะไปอีกแบบ และทำให้ได้รู้ว่าเขาเริ่มเข้าสู่เส้นทางในวงการเพลงอย่างไร ก่อนที่เขาจะได้พบแนวเพลงที่เขาชอบและเหมาะกับตัวเอง

ในแอคเคานท์นี้ Post Malone ได้ปล่อยเพลงไว้หลายเพลงด้วยกัน แต่เพลงที่เป็นไฮไลท์น่าจะเป็นเพลง Silent Night ที่สื่อถึงความรู้สึกบางอย่างในคืนวันคริสต์มาส

ลองไปฟังเพลงจากหนุ่มน้อย Post Malone ในสมัยก่อนกันเลย

Source HYPEBEAST

https://soundcloud.com/austin-richard/silent-night-mp3-1

https://soundcloud.com/austin-richard/stairs-strangers-mp3-1

https://soundcloud.com/austin-richard/war-cheif-big-sky

คอนเฟิร์มแล้ว John Wick ภาค 3 เจอกัน 17 พ.ค. นี้

ภาพยนตร์เรื่อง Jonh Wick ภาค 3 ได้ปล่อยโปสเตอร์แรกออกมา รวมถึงได้มีการคอนเฟิร์มชื่อตอนของภาคนี้และกำหนดวันฉายแล้วด้วย

โปสเตอร์ของภาพยนตร์เรื่อง John Wick ได้ถูกปล่อยออกมาแล้ว เป็นคลิปเปิดตัวสั้นๆ ประมาณ 9 วินาที เป็นวิดีโอที่ใช้ภาพแทนสายตาของเรามองเห็นพระเอกของเรื่องอย่าง Keanu Reeves รับบท John Wick ยืนตากฝนอยู่ด้านนอกโรงแรม Continental Hotel ด้วยสีหน้าที่ดูสับสน

สำหรับในภาค 3 นี้จะเป็นเนื้อเรื่องหลังจากที่ John Wick ถูกประกาศให้ออกจากการเป็นสมาชิก หรือถูกคว่ำบาตร ที่หนังเรื่องนี้ได้ทิ้งประเด็นไว้ในตอนจบของภาค 2 ซึ่งมีกำหนดฉายออกมาอย่างเป็นทางการแล้วคือวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 นี้

ทางทีมภาพยนตร์ได้ออกมาเปิดเผยผ่าน Twitter ว่าสำหรับภาคนี้จะมีชื่อว่า John Wick: Chapter 3 – Parabellum และดูเหมือนว่าทีมงานจะบอกใบ้ผ่านโปสเตอร์ที่สองที่ตามมาติดๆ ว่าเราอาจจะได้ชมวิดีโอตัวอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้กันในไม่ช้า

ในตอนจบของภาค 2 John Wick ไม่ได้เพียงแค่ถูกคว่ำบาตรจาก Continental เท่านั้น แต่ยังถูกตั้งค่าหัว แถมยังอนุญาตให้นักล่าค่าคนใดก็ได้จากทั่วทุกมุมโลก ใครฆ่า John Wick ได้ รับเงินรางวัลไปเลย 14 ล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่าเปิดเรื่องมาในภาคนี้ John Wick ก็จะได้เจอกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ตั้งแต่เริ่มเลยทีเดียว ว่ากันว่าในภาคนี้จะเป็นภาคที่บู๊กันโหดที่สุดในทั้ง 3 ภาคอีกด้วย

ปีที่แล้วในบทสัมภาษณ์ของนิตยสาร Entertainment Weekly ของอเมริกานั้น Chad Stahelski ผู้กำกับภาพยนตร์ John Wick เปิดเผยว่า ในภาคที่ 3 นั้น จะมีคนตายมากกว่า 2 ก่อนหน้านี้ หมายความว่าตัวละครหลายตัวจะต้องพบกับจุดจบ ซึ่งในภาคแรก John Wick ได้ฆ่าไปทั้งหมด 84 คน และภาคที่ 2 อีก 128 คน

ทั้งสองภาคแรกดูเหมือนคนที่ตายส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักฆ่าหรือสมาชิกแก๊ง แต่ภาคที่ 3 นี้ น่าจะตายกันถ้วนหน้าเพราะพี่เค้าน่าจะฆ่าไม่เลือก และในภาคนี้เราอาจจะได้รู้ที่มาที่ไปของความขัดแย้งทั้งหมดตั้งแต่ต้น รวมถึงเรื่องราวความเป็นมาของตัวละคร John Wick ด้วยเช่นกัน

สำหรับเรื่องย่อในภาคที่ 3 นั้น มีอยู่ว่า John Wick ต้องพยายามหนีออกจากนิวยอร์ก จากเหล่านักฆ่าที่ต้องการค่าหัว 14 ล้านดอลลาร์ของเขา ไปพร้อมๆ กับพยายามทำลายกฎที่ต้องใช้ชีวิตบนพื้นฐานของ Continental Hotel ทำให้ต้องต่อสู้กับกลุ่ม High Table ซึ่งเอาเข้าจริง John Wick น่าจะถูกฆ่าไปตั้งแต่ตอนจบของภาคสองแล้ว ถ้าไม่ใช่ว่า Winston ผู้จัดการของ Continental Hotel ให้เวลาเขาเตรียมตัว 1 ชั่วโมงก่อนการคว่ำบาตร ยกเลิกการเป็นสมาชิก และถูกห้ามใช้บริการทุกอย่างของ Continental Hotel

แหล่งข้อมูล COLLIDER UNILAD