THIS IS DOPE! แพชชั่นข้ามวงการ James Kent เมื่อเชฟเป็น Sneakerhead

Nike x Chef
เชฟ James Kent และทีมงานภายในร้าน

เรื่องราวของเชฟผู้มีใจรักในสนีกเกอร์กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่ผ่านมาก็มีเชฟที่เคยได้ร่วมออกแบบผลงานให้ Nike ด้วยเช่นกัน เรื่องราวในวันนี้ก็เป็นเชฟอีกคนหนี่งที่ทำงานในร้าน Fine dining หรือร้านอาหารหรูในย่านที่มีชื่อเสียงอย่างวอลล์สตรีทในแมนฮัตตัน James Kent เชฟผู้สวมใส่สนีกเกอร์ดูแลธุรกิจร้านอาหารของเขาทั้งสองร้านอย่าง ร้าน Crown Shy และร้าน Saga ซึ่งเขาใส่ทั้ง fragment design x Travis Scott x Air Jordan 1 Low และ Union x Air Jordan 1 วิ่งไปมาในครัวอย่างไม่กลัวเลอะ

นอกจากความหลงใหลในการทำอาหารและการบริหารจัดการร้านอาหารของเขาแล้ว เชฟ James Kent ยังได้แบ่งปันส่วนหนึ่งของหัวใจมาให้กับสนีกเกอร์อีกด้วย ในชั้นสะสมของเขาก็เต็มไปด้วยสนีกเกอร์โดยเฉพาะรุ่นคอลแล็บของ Nike และ Jordan ถึงแม้จะเป็นเจ้าของร้านหรู แต่ความรักในสนีกเกอร์ของเชฟก็จริงแท้แน่นอนจากจนสัมผัสได้ อีกทั้งลูกมือของเชฟภายในร้านก็เป็นสนีกเกอร์เฮดด้วยเช่นกัน จนเวลาลูกค้าเดินเข้ามาภายในร้าน Crown Shy หรือ Saga ก็จะเห็นภาพเชฟใส่ Off-White™ x Air Jordan 1 “Chicago” และทีมงานภายในร้านใส่สนีกเกอร์เดินไปเดินมา Union x Air Jordan 4 “Guava Ice.” เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นสนีกเกอร์เฮด เชฟก็จะซื้อสนีกเกอร์ให้คุณเป็นของขวัญในวันเกิดเอง

เชฟ James Kent เล่าว่าแพชชั่นของเขาและทีมงานเกี่ยวกับสนีกเกอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจร้านอาหารไปแล้ว พร้อมทั้งแบ่งปันเรื่องราวการทำร้านอาหาร Fin Dining ที่เป็นร้านอาหารหรูผู้คนที่มาที่ร้านก็จะต้องแต่งตัวที่ดูดีจนเป็นรูปแบบซ้ำๆ เหมือนๆ กัน แต่สำหรับเชฟความหรูของคนแต่ละเจเนอเรชันก็จะแตกต่างกันออกไป เขาเลยอยากให้คนที่มาที่ร้านอาหารของเขาแต่งตัวอย่างไรก็ได้ตามสบาย เพราะความหรูในคำนิยามของ James Kent คือสิ่งที่เราสร้างภูมิใจที่จะใส่ และสำหรับเชฟ สนีกเกอร์เป็นอะไรที่หรูที่สุด พอๆ กับการทำอาหารจานหรูเลยทีเดียว

เชฟได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขากลายเป็น Sneakerhead ว่า เขาอาศัยอยู่ที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่สนีกเกอร์เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ในช่วงที่ยังเป็นเด็ก ครอบครัวของเชฟไม่ค่อยมีเงินมากนัก สนีกเกอร์เลยเป็นสิ่งที่เกินจะไขว่คว้ามาตลอด ทำให้ได้แต่มอง เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้จึงเหมือนได้ปลดปล่อยจากความเก็บกดมานาน เชฟยังเล่าถึงความคับข้องใจตอนเป็นเด็กว่า แม่ของเชฟเคยพาไปที่ร้าน V.I.M ณ 14th Street มีครั้งหนึ่งแม่ของเชฟซื้อรองเท้า PONY ที่คล้ายกับ Converse ให้ ด้วยความเป็นเด็กตอนนั้นจึงอายมาก เลยเอาเทปมาแปะทับโลโก้ PONY เอาไว้ จนเมื่อเข้า High School จนสามารถทำงานหาเงินเองก็เลยจัด Air Max 95 “Neon.” ให้ตัวเองไปหนึ่งคู่

เชฟเล่าต่อถึงการได้มารู้จัก Air Jordan 1 ครั้งแรก ก่อนที่จะกลายมาเป็นสนีกเกอร์คู่โปรด เชฟติดตามการเติบโตมีชื่อเสียงของ Air Jordan มาโดยตลอด จำได้ทุกเคมเปญการตลาด ทุกโฆษณา ทุกการโปรโมท แต่ช่วงนั้นเชฟไม่ได้ชอบ Air Jordan 1 เท่าในตอนนี้ ที่ชอบเพราะมันกลายเป็นรุ่นที่มีการคอลแลบมากที่สุดใน 5-10 ปีมานี้ และเป็นรุ่นที่มีความคลาสสิก การคอลแลบแต่ละครั้งก็เหมือนถูกทำให้ทันสมัยขึ้น เปรียบเทียบได้กับการทำอาหารของเชฟในร้านอาหาร ที่ต้องทำงานหนักมากร่วมกับทีมงานเพื่อรังสรรค์เมนูใหม่ขึ้นมา เมนูที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

เห็นเชฟเป็นคนนิวยอร์ก ทีมสัมภาษณ์เลยได้ถามเชฟไปว่า เชฟเป็นแฟนของทีมบาสเก็ตบอลจากนิวยอร์ก Knicks หรือเปล่า เพราะสำหรับแฟนทีมนี้แล้ว การใส่ Air Jordan เป็นเรื่องต้องห้าม เนื่องจาก Michael Jordan นับว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของ Knicks เลยกว่าได้ ซึ่งเชฟก็บอกว่า ใช่ เชฟเป็นแฟนพันธุ์แท้ทีม Knicks เป็นไปไม่ได้เลยที่เชฟจะเป็นแฟนของทีม Bulls แต่ก็ยอมรับว่าในช่วงนั้น Michael Jordan นั้นเก่งมาก และสนีกเกอร์ของเขาก็แสดงถึงความสำเร็จของเขาได้ดี ตอนเด็กเชฟก็ไม่ได้ไม่ชอบจอร์แดน แถมยังคิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พ่อแม่ซื้อให้สักคู่

ด้วยความที่เส้นทางของอาชีพเชฟ และสนีกเกอร์เป็นภาพที่ไม่เคยมีใครจินตนาการถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นได้ออก แต่ก็เกิดขึ้นจนปกติในวงการสนีกเกอร์ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนๆ เชฟจึงได้เปรียบเทียบให้ฟังถึงทั้งสองสิ่งนี้ว่ามีความรู้สึกต่อมันอย่างไร โดยเชฟเล่าว่า อาหารก็เหมือนกับรองเท้าสนีกเกอร์ เป็นเรื่องยากที่จะคิดเมนูใหม่ที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนบนโลกใบนี้ ซึ่งทั้งอาหารและสนีกเกอร์ก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานทั้งคู่ การที่คิดอะไรออกมาแล้วจะไม่ซ้ำหรือไปคล้ายใครเลยจึงเป็นเรื่องยาก จนมีคำพูดที่ว่า ตลอดชีวิตของเชฟคนหนึ่ง จะสามารถคิดได้เพียงแค่ 5 เมนูเท่านั้นที่จะไม่ซ้ำกับใคร ยกเว้น Tinker Hatfield ผู้ซึ่งเป็นคนออกแบบต้นแบบของ Nike ส่วนใหญ่ในตลาด ล้วนมาจากฝีมือการออกแบบของเขา

เชฟยังได้อธิบายถึงเรื่องที่ว่าหากเป็นเมื่อสิบปีที่แล้ว การใส่รองเท้าสนีกเกอร์ในร้านอาหารหรูระดับนี้ อาจโดนสายตาของใครสักคนมองมาแบบไม่เป็นมิตร แต่วันนี้เชฟได้ทำให้สนีกเกอร์สามารถใส่ได้ในร้านอาหาร Fine Dining ไปแล้วตอนนี้ เชฟในวัย 40 บอกว่า คนรุ่นเชฟคือคนที่เติบโตมาพร้อมกับสนีกเกอร์และดนตรีฮิปฮอป และเป็นวัยที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของร้านอาหารแนว Fine Dining ดังนั้นแล้วคนวัยนี้จะเป็นคนสร้างกฎใหม่ขึ้นมาเอง

“ผมอยากให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจ เมื่อเข้ามาในร้านของผม ถ้าการแต่งตัวสำหรับคุณคือ การใส่ Union x Air Jordan 1s เสื้อเท่ๆ กางเกงยีนส์ ผมก็ต้องการให้คุณใส่แบบนั้น”

เมื่อถามถึงคำนิยามความหรูหราของเชฟว่าคืออะไร เชฟก็ได้บอกว่า ความหรูหราไม่ใช่สิ่งที่เคยเป็นเหมือนตอนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเชฟ สิ่งที่เชฟรู้สึกตอนนี้คือเมื่อลูกค้าเข้ามาในร้าน ก็แค่ทานอาหารแล้วก็จ่ายตังเท่านั้นแหละ อยากใส่อะไรก็ใส่มาเถอะ ผมอยากรู้สึกเป็นกันเองเมื่อคุณมาที่ร้านของผม และผมอยากให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจ เมื่อเข้ามาในร้านของผม ถ้าการแต่งตัวสำหรับคุณคือ การใส่ Union x Air Jordan 1s เสื้อเท่ๆ กางเกงยีนส์ ผมก็ต้องการให้คุณใส่แบบนั้น

เชฟเล่าให้ฟังว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน มีชายคนหนึ่งมาทานที่ร้านอาหารแล้วเขาใส่ fragment design x Travis Scott x Air Jordan 1 Low ตอนเขาเดินผ่านครัวหันมาเห็นผมกำลังใส่สนีกเกอร์อยู่เหมือนกัน เราเลยหันมาทักกันว่า โย่! มันเป็นโมเมนต์ที่ดีมาก ๆ เชฟชอบมากเวลามีเรื่องราวดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้น อยากให้ทุกคนเป็นกันเอง ร้านอาหาร Fine Dining สมัยนี้แตกต่างจากเมื่อก่อน ถ้ารู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ใส่สูทมาทาน ดังนั้นก็เปลี่ยนเป็นใส่อะไรก็ได้ที่สบายกายและสบายใจแทนดีกว่า

ถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าเชฟและทีมงานทุกคนในร้านเป็นสนีกเกอร์เฮดกันหมดเลยหรือเปล่า เชฟก็ได้ยืนยันว่าไม่ทุกคน ทีมงานบางคนอาจจะใส่รองเท้าเชฟธรรมดา แต่ถ้าเป็นทีมเชฟในครัวแล้วล่ะก็ทุกคนใส่สนีกเกอร์กันหมด มีทุกแนว แต่ทุกคนต้องมีสนีกเกอร์ที่บ้านแน่ เพราะเมื่อถึงวันเกิดใครสักคนเชฟก็จะมอบสนีกเกอร์ให้เป็นของขวัญวันเกิด แต่ยกเว้นที่ร้าน Crown Shy มีกฎว่าพนักงานที่ต้องไปต้อนรับลูกค้าต้องใส่ยูนิฟอร์ม โดยพนักงานทีมนั้นจะใส่รองเท้า Clarks, Wallabees ซึ่งเป็นหนึ่งในไอเท็มของยูนิฟอร์มที่ทาง Dao-Yi Chow และ Maxwell Osborne จากทีม Public School ได้ทำการออกแบบให้

เมื่อคุยกับเชฟแบบนี้จะหลายคนอาจคิดว่าถ้าเป็นการร่วมงานระหว่างเชฟกับ Nike ในสนีกเกอร์ธีมเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งทางเชฟก็เห็นด้วยว่าน่าจะออกมาเจ๋งเลย ทำให้นึกถึงรุ่น Concepts x Nike SB Dunk High “TurDUNKen” กับภาพโปรโมทที่วางอยู่บนเตาปิ้งย่าง และ Ben & Jerry’s x Nike SB Dunk Low “Chunky Dunky” เชฟก็หวังว่าจะได้ร่วมงานกับ Nike ในวันข้างหน้าเช่นเดียวกัน ซึ่งเชฟก็ได้เคยลองออกแบบ Nike ในเวอร์ชันของตัวเองด้วย ซึ่งมีหลายรุ่นที่เชฟอยากลองออกแบบ และที่แน่ๆ ก็คือ Air Jordan 1 ซึ่งเชฟหลายคนก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับ Nike แล้ว ทางเชฟ James Kent ก็กำลังรอโอกาสจากทาง Nike อยู่

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เชฟ James Kent ก็เลยได้ลองเปรียบเทียบคอลเลกชันสนีกเกอร์ของตัวเองที่มีอยู่กับเชฟคนอื่นๆ ดู ซึ่งเชฟเองก็คิดว่า คอลเลกชันสะสมของตัวเองก็ไม่แพ้เชฟคนอื่นๆ เลย อีกทั้งเชฟในทีมบางคนก็มีคอลเลกชันที่เด็ดไม่แพ้กัน เชฟอีกคนที่เชฟ James Kent รู้จักชื่อว่า JP จากร้านอาหารเกาหลีชื่อ ATOMIX ก็มีคอลเลกชันเจ๋งๆ เช่นกัน พวกเรามีวัฒนธรรมเดียวกัน เบื้องหลังคล้ายกัน และเรื่องราวในอดีตคล้ายๆ กันด้วย

“สนีกเกอร์เป็นเครื่องแสดงออกของความคิดสร้างสรรค์ และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตัวตน”

สำหรับเชฟ James Kent แล้ว สนีกเกอร์เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเขา ทั้งเป็นส่วนหนึ่งของยูนิฟอร์ม เพราะสำหรับเชฟต้องใส่ชุดเชฟ ผ้ากันเปื้อน กางเกงสีดำในทุกๆ วัน ชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ที่สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้ก็คือรองเท้า และการได้แสดงตัวตนว่าฉันเป็นใครก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับ James Kent เพราะ สนีกเกอร์เป็นเครื่องแสดงออกของความคิดสร้างสรรค์ และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตัวตน

J Balvin เผยโฉม​ Air Jordan 1 คอลเล็คชั่นใหม่ กับสีสุดแสบ

โดยรองเท้าคู่นี้ J Balvin ได้เลือกนำโมเดล Air Jordan 1 ยอดฮิต มาปรับใหม่ในรูปแบบคาแรคเตอร์ของตัว J Balvin เอง แน่นอนว่าส่วนของ Upper ได้มีการเพิ่ม Texture ต่างๆ เป็นลูกเล่นเข้ามา แล้วย้อมผ้าด้วยเฉดสีของสายรุ่ง บ่งบอกถึงความเป็น J Balvin ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ บริเวณลิ้นรองเท้าด้านซ้ายจะปรากฎโลโก้ของ Air Jordan ส่วนด้านขวาจะปรากฏเป็นรูปโลโก้ Balvin’s Happy Face

ทั้งนี้เชื่อว่าเราน่าจะได้เห็นรองเท้าคู่นี้บนเท้าของ J Balvin ในช่วงที่ออกมาทำการแสดงกับ Jennifer Lopez เพลง “Que Calor” และ “Mi Gente.” ในช่วงพักครึ่งของ Super Bowl LIV อย่างแน่นอน

สาวก Nike เตรียมกด “Gym Red” Air Jordan 1 Retro High OG รุ่นล่าสุด

Air Jordan 1 Retro High OG ยังคงเป็นรุ่นต้นแบบที่นิยมมากที่สุดในตลาด รวมถึงยังจะมีบทบาทสำคัญสำหรับแบรนด์ Jumpman ในปี 2019 นี้ด้วย

สำหรับรุ่นที่ออกมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งฤดูใบไม้ผลิปีนี้คือ “Gym Red” มาในสีขาว ดำ แดง ผสมผสานอย่างลงตัวไม่ฉูดฉาดเกินไป ส่วนของ Upper ช่วงกลางจะทำจากหนังสีขาว ปลายเท้า ลิ้นรองเท้า และส้นเท้าเป็นหนังสีดำ มี Swoosh สีแดงสด หุ้มข้อมีสัญลักษณ์ Air Jordan สีขาว

สามารถยลโฉม Air Jordan 1 Retro High OG “Gym Red” ได้แบบเต็มอิ่มได้ที่ภาพด้านล่างนี้เลย ส่วนใครที่คิดว่าจะดึง เตรียมตัวให้พร้อมเพราะคาดว่าจะออกขายในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ ในราคาประมาณ $160 USD หรือประมาณ 5,100 บาท ช้าหมดอดตามเคยนาจา

Source Sneakernews