รวมรายชื่อ Sneaker ที่จะวางขายในเดือนมิถุนายนนี้ จากทุกแบรนด์ทั่วโลก

ไม่เกริ่นอะไรทั้งนั้น ไปเริ่มที่คู่แรกกันเลย

Brief:
1. Reebok Instapump Fury “All-Over Logo” 
2. Balenciaga Track.2
3. Supreme x Nike Air Jordan 14 Collaboration Re-release
4. Nike Air Force 1 Low “EQUALITY”
5. AWAKE NY x ASICS GEL-KAYANO 5 360
6. adidas ZX 4000 “Grey/Yellow/Red” 
7. adidas Spezial SS19 Second Drop
8. Odell Beckham Jr. x Nike Air Max 720 “Young King of the Drip”
9. Toy Story 4 x adidas Collection
10. UNDERCOVER x Nike Daybreak Sneakers in “Black” and “Lucky Green”
11. adidas Originals by Hender Scheme SS19 ZX 4000 4D
12. adidas YEEZY BOOST 350 V2 “Synth” & “Antila” in Both Reflective and Non-Reflective
13. Overkill x New Balance “Berlin – City of Values” Pack

Continue reading รวมรายชื่อ Sneaker ที่จะวางขายในเดือนมิถุนายนนี้ จากทุกแบรนด์ทั่วโลก

Brandon Webb หนุ่มวัย 19 ปี ที่กดสนีกเกอร์บนเว็บไซต์ทันทุกรุ่น รุ่นละเป็นร้อยๆ คู่ เพื่อขายต่อเอากำไรในตลาด Resale

สื่อดังอย่าง Entrepreneur จับหนุ่มจาก LA คนนี้มานั่งคุยหลังทราบว่าเจ้าตัวกดสนีกเกอร์แต่ละรุ่น ได้เป็นร้อยๆ คู่ และยังเป็นผู้ก่อตั้ง Hypluxe ที่แหล่งรวมตัวสำหรับคนที่สนใจอยากเรียนรู้วิธีซื้อ-ขายสนีกเกอร์แบบเขา

ในปัจจุบันตลาดสนีกเกอร์ Resale มีมูลค่ากว่า 1 พันล้าน USD (31,300 ล้านบาท) เนื่องจากสนีกเกอร์รุ่นใหม่ๆ ถูกนำออกมาวางขายแทบจะทุกอาทิตย์ บวกกับคนที่ซื้อมาเก็งกำไรทำให้ราคาเพิ่มขึ้นจากราคาป้ายหลายเท่า อย่างเช่นเมื่อปี 2018 Nike ปล่อยสนีกเกอร์รุ่นที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของอย่าง Off-White Air Jordan 1 ‘White’ ในราคา 190 USD (ประมาณ 6,000 บาท) ตอนนี้ในตลาด Resale ราคาสูงถึง 3,000 USD (94,000 บาท) เลยทีเดียว และ Webb เองก็ไม่พลาดที่จะคว้าโอกาสอันหอมหวานนี้

สำหรับตัว Webb เขามีทีมที่คอยซื้อรองเท้ารุ่นใหม่ๆ ที่ถูกวางขายบนเว็บไซต์ เรียกได้ว่ากว้านซื้อก็ไม่ผิด และเมื่อถูกถามว่าทำไมถึงแน่ใจว่าจะได้กำไร เขาตอบอย่างมีหลักการว่ามันเป็นเรื่องของ “ความต้องการซื้อและความต้องการขาย” เพราะแค่ Nike กับ Adidas ก็ปล่อยรองเท้ารุ่นพิเศษ ทั้งแบบคอลแลบกับดาราเซเลบ หรือศิลปิน นักร้อง นักออกแบบ ทั้งหลาย เช่น Virgil Abloh หรือ Kanye West นี่ยังไม่นับรองเท้ารุ่นคลาสสิกต่างๆ ที่ถูกนำมาแปลงโฉมให้ไฉไลแล้วนำมาขาย คนที่จ้องจะซื้อมาเก็งกำไร ต้องรู้อยู่แล้วว่าสนีกเกอร์กำลังจะวางขาย รู้ว่ามีคนต้องการมัน บวกกับความลิมิเต็ด ทำให้ราคาสนีกเกอร์มีแต่ขึ้นกับขึ้น

แน่นอนว่าคงไม่ทุกคู่ที่จะราคาขึ้น เพราะมีหลายคู่ที่ราคาตก วิธีการเลือกสนีกเกอร์ของเขาใช้เกณฑ์ง่ายๆ เช่น ต้องเป็นงาน คอลแลบ ทำร่วมกับศิลปิน นักออกแบบ เซเลบ หรือรุ่นที่จัดทำขึ้นในโอกาสพิเศษ และรุ่นคลาสสิกที่เอามาตกแต่งแล้วขายใหม่ รวมถึงรุ่นดังๆ ในซีรีส์ Adidas Yeezy และ Nike Jordan 1 ด้วย

Webb บอกว่าเขามีแหล่งข่าววงในสำหรับให้ข้อมูลว่ารุ่นนี้จะวางขายกี่คู่ เลยทำให้พอเดาได้ว่ารุ่นไหนจะหมดไวจนทำให้กลายเป็นรุ่นลิมิเตด แต่จริงๆ แล้วการจะทำตัวเป็น Reseller สนีกเกอร์ ไม่จำเป็นต้องรู้อะไรเกี่ยวกับสนีกเกอร์เลยก็ยังได้ เพราะพวกบล็อกเกอร์ อินฟลูเอนเซอร์ หรือเว็บไซต์ข่าว ก็ออกมาบอกกันรายสัปดาห์กันอยู่แล้วว่าคู่ไหนจะปังหรือคู่ไหนจะแป้ก บอกแม้กระทั่งว่าจะวางขายบนเว็บไหนบ้าง เอาง่ายๆ คือ ถ้ามันเท่ สวย ไม่ซ้ำใคร คู่นั่นแหละราคาขึ้นแน่นอน

ส่วนเคล็ดลับในการซื้อทีละมากๆ ของเขาคือการใช้ “บอท” เขาบอกว่าสนีกเกอร์แทบทุกคู่ที่เขาซื้อ เขาซื้อบนเว็บไซต์ และนักเก็งกำไรคนอื่นๆ ก็ใช้บอทในการกดซื่อแทบทั้งนั้น บอทมีฟังก์ชันที่จะทำแทนแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะคอยเช็กว่ามีคู่ไหนที่วางขายบนเว็บไซต์บ้างในเวลาไม่กี่วิ แน่นอนว่ามนุษย์ทำไม่ได้ ซึ่งถ้าจะเล่นกันแบบแฟร์ๆ ไม่มีทางจะชนะบอทได้เลย ส่วนใครที่ฟังแล้วอยากจะหาบอทมาใช้เขาบอกว่า ยาก เพราะบอทที่เปิดให้ใช้ฟรี ช้ากว่าบอทที่ใช้แบบส่วนตัวมากๆ ส่วนพวกที่ทำกำไรได้มากๆ เป็นพวกระดับท็อปที่มีคอนเนกชันกับนักลงทุน แฮกเกอร์ และพวกแหล่งข่าววงใน แน่นอนว่าก็ใช้โปรแกรมบอทแบบส่วนตัวเหมือนเขา ทำให้สินค้าส่วนใหญ่เมื่อวางขายแล้วหมดอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้ผลิตมาน้อย หรือหายไปไหนหรอก มันอยู่ที่นักเก็งกำไรแบบพวกเขานั่นเอง

การใช้บอทก็แค่ตั้งค่าว่า ต้องการรองเท้ารุ่นไหน ไซส์อะไรบ้าง ของเว็บไหน ด้วยประสบการณ์ เครื่องมือและเงินทุนที่เขามี ทำให้เขาไม่เคยพลาด เขาสามารถซื้อสนีกเกอร์หลายพันคู่ด้วยการนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ขณะที่หลายๆ คนต้องไปกางเตนท์เพื่อรอคิวซื้อรองเท้าเพียงคู่เดียว เห็นแบบนี้แล้วเขาก็รู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันเป็นเกม

ต้นทุนและกำไรของรองเท้าแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันไป เป้าหมายแรกคือต้องซื้อให้ได้มากที่สุดก่อนที่ของจะหมด อย่างตอนที่ Off-White Air Jordan 1 ‘White’ วางขาย Webb กดคนเดียวได้มา 100 คู่ และคนอื่นๆ ในทีมก็ได้ประมาณนี้เช่นกัน ราคาต้นทุนก็ตกคู่ละ 190 USD (ประมาณ 6,000 บาท) เสียค่าเซ็ตบอทประมาณ 6,000 USD (187,500 บาท) รวมทั้งหมด 25,000 USD (781,250 บาท) ซึ่งรุ่นนี้วางขายแค่ในยุโรปเท่านั้น ทำให้ราคาเพิ่มจาก 190 USD เป็น 1,000 USD (31,250 บาท) ภายในวันเดียวกันกับที่สนีกเกอร์วางขาย แต่วันนี้สนีกเกอร์คู่ละ 190 USD 100 คู่ของเขา มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 290,000 USD (9,062,500 บาท) นับว่าคุ้มค่ากับแรงที่เสียไป ส่วนรุ่นที่ฮิตน้อยกว่าอย่าง Yeezy อาจทำกำไรได้แค่ 200 USD ต่อคู่ ซึ่งต้องสต็อกไว้เป็นพันคู่ถึงจะคุ้ม

เมื่อได้สนีกเกอร์มาแล้ว Webb ก็นำไปขาย ซึ่งการขายสนีกเกอร์ในสมัยนี้ เปลี่ยนไปจากอดีตมาก เพราะมีเว็บไซต์รองรับตลาดนี้โดยเฉพาะอย่าง StockX, Hypremium และ GOAT สามารถทำทุกอย่างได้ผ่านเว็บและแอป เว็บพวกนี้ทำตัวเป็นพ่อค้าคนกลางระหว่างคนซื้อและคนขาย เพื่อให้มันใจว่าคนขายจะได้รับตัง และคนซื้อจะได้รับของแท้ ทำให้การต่อรอราคาและการซื้อขายเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม

สำหรับนักเก็งกำไรมือใหม่ ถ้าทำจริงๆ จังๆ สามารถทำกำไรได้หลายพันเหรียญต่อเดือน แต่คนที่ Webb สอนส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษามหาลัย ที่ไม่ค่อยจริงจัง ทำเป็นงานอดิเรกเพื่อหารายได้เสริม สนีกเกอร์ปล่อยออกมาแทบทุกวัน ต่อให้คุณซื้อมาแล้วขายไม่ออกก็สามารถนำไปคืนภายใต้เงื่อนไขและระยะเวลาที่บริษัทกำหนด ก็สามารถเอาเงินที่เสียไปคืนมาได้โดยไม่มีอะไรต้องเสียเลย

กระบวนการนี้ยังเป็นการซื้อขายที่ผิดกฎหมาย โดยทั้งร้านค้า ร้านสาขา รวมถึงเว็บไซต์ ก็ออกมาขัดขวางด้วยการกำหนดจำนวนต่อคนที่สามารถซื้อได้ โดยเฉพาะสนีกเกอร์รุ่นที่ฮิตๆ และผลิตออกมาน้อย เรื่องตลกคือบางแบรนด์ถึงขั้นจ้างบริษัทรักษาความปลอยภัยทางไซเบอร์มาเพื่อจัดการกับบอทที่คอยกว้านซื้ออยู่บนเว็บไซต์เลยทีเดียว เป็นธรรมดาของธุรกิจที่มีกำไรสูง เป็นเรื่องที่ต้องชิงไหวชิงพริบกัน แต่ท้ายที่สุดมันก็จะมีช่องโหว่เสมอ

เทรนด์ที่คนสนใจเกิดขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลา ไม่มีเหตุผลที่จะต้องปล่อยมันผ่านไปอย่างสูญเปล่า กว่าจะรู้ตัวว่าสามารถกอบโกยผลประโยชน์จากมันได้ก็สายไปแล้ว บางครั้งโอกาสก็มาโดยไม่ทันตั้งตัว นี่ก็เป็นเรื่องที่ Webb เชื่อคือ ถ้าเห็นโอกาส ให้รีบคว้าไว้

Adidas ประกาศวันวางจำหน่าย ZX4000 4D “Onix” อย่างเป็นทางการแล้ว

ก่อนหน้านี้หลายๆ คนคงตั้งหน้าตั้งตารอ ZX4000 4D “Onix” กันมาได้สักพักแล้ว จนในที่สุด Adidas ก็ประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการออกมาแล้ว นั้นก็คือวันที่ 25 พฤษภาคมนี้นั่นเอง

ZX4000 4D “Onix” จะเลือกใช้วัสดุ Primeknit สี Black Onix และตกแต่งด้วยหนังสี Charcoal ทำให้ตัว Upper ดูมีมิติมากยิ่งขึ้น ส่วนในบริเวณของลิ้นรองเท้าจะใช้เป็นสี Vivid Pink และทั้งหมดจะถูกรองรับด้วยโครงสร้าง 4D Craft Sole สี Ash Green เช่นเดียวกันกับที่เคยใช้ไปในรุ่นก่อนหน้านี้

Adidas ZX4000 4D “Onix” คาดว่าจะมาพร้อมกับราคาวางจำหน่ายที่ 393 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับใครที่อยากได้ก็สามารถเข้าไปจับจองกันได้ที่ 43einhalp ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ได้เลย

Adidas เตรียมนำโมเดล Lexicon “True OG Form” กลับมาจำหน่ายอีกครั้ง

หลังจากที่ Adidas ได้ผลิตรุ่นต่อยอดโมเดล Lexicon โดยใช้ชื่อว่า LXCON ที่อัพเกรดใหม่ทั้งตัวโมเดลแล้ว Adidas ก็ยังเอาใจคนรักของวินเทจ เตรียมการผลิต Lexicon “True OG Form” โมเดลรุ่นแรกในปี 1994 มาวางจำหน่ายกันอีกครั้ง

โดยตัวโมเดลที่จะปล่อยออกมานี้ จะมาในธีมสี “Future White/Core Black” และตกแต่งด้วยสี Teal และ Purple วัสดุที่เลือกมาใช้บน Upper ก็จะมีผ้าตาข่าย หนัง และผ้าซาติน เข้ามาประกอบรวมกันได้อย่างลงตัว ส่วนตัว Midsole จะนำเทคโนโลยีคู่ใจของ Adidas อย่าง EVA Adiprene เข้ามาใช้ทำให้ นุ่ม สบาย ทุกการสวมใส่

Adidas Lexicon “True OG Form” มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 18 พฤษภาคม โดยราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 130 ดอลลาร์สหรัฐ

สาวก “ม้าลาย” เตรียมเฮ Palace x Adidas Kits เตรียมทำชุดเเข่งให้ยูเวนตุส

เนื่องมาจากการรายงานของสองสื่อใหญ่อย่าง NSS Magazine และ Outpump ว่า Palace และ Adidas กำลังจะทำเสื้อแข่งอย่างเป็นทางการให้กับ ทีมแชมป์ของ กัลโช่ เซเรีย อา อย่าง ยูเวนตุส ได้ใช้เป็นชุดเเข่งในฤดูกาลหน้า 2019/2020 ที่จะถึงนี้

ในฤดูกาลก่อนเราได้เห็นการก้าวเข้ามาของแบรนด์ Jordan สู่วงการกีฬาฟุตบอลกับการปล่อยคอลเล็กชั่นเสื้อแข่งขันสีดำของ Paris Saint-Germain กันไปแล้ว ทาง Adidas เองก็ไม่ยอมน้อยหน้าเช่นกัน เพราะล่าสุด ทาง Adidas และ Palace ได้จับมือกันเตรียมคลอดเสื้อแข่งขันของทีม ยูเวนตุส เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมคราวนี้ไม่ได้มาเเค่เสื้อเเข่งเท่านั้น ยังมีคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าแบบไลฟ์สไตล์ ให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วย

ถือได้ว่า สองแบรนด์อย่าง Jordan และ Adidas ได้เป็นผู้ปฏิวัติเสื้อแข่งขันของวงการลูกหนังให้มีความเป็นสตรีทแวร์ มากขึ้น และเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เราจะได้เห็นอีกหลากหลายแบรนด์ กระโดดเข้ามาสร้างผลงานในวงการฟุตบอลมากขึ้นแน่นอน สำหรับ Palace x Adidas Kits ที่กำลังจะปล่อยออกมานี้ ยังไม่มีภาพหลุดออกมาอย่างเป็นทางการ แฟนๆ ยูเวนตุสก็ต้องรออัพเดตกันต่อไปว่า ชุดเเข่งตัวใหม่ของยูเวนตุสจะออกมาหน้าเป็นอย่างไร

Adidas YEEZY BOOST 350 V2 “All-Black” เปิดวางจำหน่ายเดือนหน้าแน่นอน

หลังจากมีข่าวลือว่าเจ้า Adidas YEEZY BOOST 350 V2 “All-Black” จะถูกปล่อยให้วางจำหน่ายในช่วงเดือนมิถุนายนที่จะถึงนี้ ล่าสุด ล่าสุดเเหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือมากๆ ก็ได้ออกมาการันตีถึงกำหนดการวางจำหน่ายผ่านทางอินสตาแกรมเป็นที่เรียบร้อย

โดย Yeezy Mafia ได้ออกมาโพสต์ ข้อความพร้อมรูปประกอบผ่านทางบัญชีอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการว่า

YEEZY BOOST 350 V2
BLACK NON-REFLECTIVE IN FULL FAMILY
SIZING RELEASING JUNE 8
BLACK REFLECTIVE RELEASING JUNE 7

โดยในข้อความในโพสต์ได้เขียนไว้ว่า Adidas YEEZY BOOST 350 V2 จะมาทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่รุ่นปกติ ที่มีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 8 มิถุนายน และรุ่นที่มี Reflective ที่มีกำหนดวางจำหน่ายวันที่ 7 มิถุนายน

แบรนด์ YEEZY นั้นได้ทำสี All-Black เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2015 กับโมเดลยอดฮิตอย่าง Adidas YEEZY BOOST 350s “Pirate Black” ที่มีราคารีเซลตอนนี้ที่สูงลิบเลยทีเดียว ทั้งนี้ Adidas YEEZY BOOST 350 V2 “All-Black” สองตัวที่จะปล่อยออกมานี้ คาดว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 220 ดอลลาร์สหรัฐ

Adidas Crazy BYW ปล่อยมาอีกสองสี Core Black และ Cloud White เอาใจสายมินิมอล

หลังจากที่ Adidas ได้ปล่อยโมเดล Crazy BYW ไปเมื่อประมาณปีก่อน แน่นอนว่าได้รับความนิยมในหมู่ Sneakerhead กันพอสมควร จนมีรุ่นและสีสันต่างๆ แตกแขนงออกมาให้เห็นเรื่อยๆ จนมาถึงวันนี้ Adidas ได้เปิดตัวสีใหม่ของรองเท้าโมเดล Adidas Crazy BYW ออกมาถึงสองสีด้วยกันคือ “Core Black/Grey/Grey Three” และ “Cloud White/Grey One/Crystal White” ที่จะเน้นความเป็นมินิมอลบนตัวรองเท้าให้มากขึ้น

ขึ้นชื่อมาว่าเอาใจสายมินิมอลแล้ว แบรนด์สามแถบอย่าง Adidas จึงเลือกใช้สองสีที่แสนจะคลาสสิคอย่าง สีขาว และ สีดำ เข้ามาใช้ในส่วนของ Upper ที่มีวัสดุหลักเป็นผ้าแมชที่ระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุหนังกลับ โดยทั้งสองโมเดลจะมีการใช้สีบน Upper ในลักษณะที่ไล่กันลงลงมาเช่นอย่างในดำนั้น สีที่ไล่เฉดกันจะเป็น “Core Black/Grey/Grey Three” และในส่วนของสีขาวนั้นจะเป็น “Cloud White/Grey One/Crystal White” แน่นอนว่าทั้งหมดของโมเดลนี้ถูกวางอยู่บน Sole ที่ใช้เทคโนโลยีรองรับแรงกระแทกอย่าง BOOST ขนาดใหญ่ช่วยเพิ่มความสบายในการสวมใส่

Adidas Crazy BYW “Core Black/Grey/Grey Three” และ “Cloud White/Grey One/Crystal White” วางจำหน่ายแล้วที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วไปและทาง adidas.com โดยกำหนดราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 150 ดอลลาร์สหรัฐ

เนียนมาโชว์ PUSHA T โชว์รองเท้าคู่ใหม่ Adidas Ozweego

เช่นเดียวกับรายก่อนหน้าอย่าง Donald Glover ที่ได้ใช้เวที Coachella เป็นที่ตัวโมเดลผลงานคอลแลบระหว่างตัวเขาและ Adidas งานนี้ PUSHA T ไม่น้อยหน้า งัดรองเท้าคู่ใหม่ที่ทำร่วมกับ Adidas ขึ้นมาใส่โชว์บนเวทีกันเลยทีเดียว

โดยโมเดลรองเท้าที่ PUSHA T เลือกนำมาคอลแลบนั้นคือโมเดล Ozweego ที่มีวัสดุในส่วนของ Upper เป็นผ้าตาข่าย ไวนิล และหนังที่จะมาในธีมสีขาวคลีนๆ ส่วน Midsole จะใช้สีครีม และตัดด้วยพื้น Outsole สีดำอีกที

และหากว่าในงานใครที่ยังเห็นไม่ชัดก็สบายใจได้เลยเพราะ PUSHA T ได้โพสต์ Instagram เป็นภาพรองเท้ารุ่นดังกล่าวพร้อมแคปชั่น

“Hey guys ??? meet my @coachella friend #NoseCandyMandy thnx for my King Push Ozweego’s @adidasoriginals see you this summer…”

เชื่อได้เลยว่าอีกไม่นานนี้เราจะได้เห็น Adidas ออกมาประกาศวันวางจำหน่ายและราคาอย่างเป็นทางการอย่างแน่นอน

Sneaker Freaker ปล่อยมุข April Fool’s Day ว่า Kanye West ปล่อยอัลบั้มใหม่ Yandhi ใส่ USB ซ่อนใสโซลรองเท้า “Geode” Yeezy

เมื่อวันที่ 1 เมษายนที่ผ่านมา เป็นวัน April Fool’s Day ด้าน Sneak Freaker ก็ปล่อยมุขกับเค้าด้วย โดยการรายงานว่า Yandhi ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ 9 ของ Kanye West ถูกบันทึกลง USB แล้วไปซ่อนไว้ในโซลของรองเท้ารุ่น “Geode” Yeezy ที่จำหน่ายในบูธ Pop-up ของ Kanye West เมื่อเดือนที่ผ่านมา 

Sneaker Freaker ยังเนียนต่ออีกว่า มีรองเท้า Yeezy รุ่น “Geode” เพียง 50 คู่ เท่านั้นที่มี USB อันนี้ ยังไม่พอ ยังแนบลิงค์โพสต์อินสตาแกรมที่มีรายชื่อเพลงในอัลบั้มนี้มาเพื่อเพิ่มน้ำหนักคำโกหกครั้งนี้อีกด้วย

งานนี้บอกได้คำเดียวว่า อยากใส่เดี่ยว!!!


Source Highsnobiety

Adidas เผยรูป Stella McCartney x adidas AlphaEdge 4D เอาใจสาวๆ

โดยงาน Collaboration ระหว่าง Adidas และ ดีไซน์เนอร์ชาวอังกฤษอย่าง Stella McCartney แน่นอนว่าตัวโมเดลรองเท้านั้นจะออกแบบมาโดยใช้ FUTURECRAFT อย่างที่เราเห็นไปกันก่อนหน้านี้แล้วในรุ่นแรก เเต่จะเเตกต่างตรงที่มีการออกแบบส่วน Upper เพิ่มเติมให้มีลักษณะของ Sock-Like เหมือนกับ Balenciaga’s Speed Trainer ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ดูหรูหรามากกว่ารุ่นก่อน

โดยราคาคาดการณ์ของ Stella McCartney x adidas AlphaEdge 4D จะอยู่ที่ราวๆ 350-450 ดอลลาร์สหรัฐ และจะวางจำหน่ายแบบลิมิเต็ด อีกด้วย ใครที่เห็นแล้วอยากได้ ต้องติดตามกันให้ดี แล้วทางทีมงาน WAD. จะมาอัพเดตกันอีกทีครับ