Adidas เผยโฉมรองเท้าวิ่งซิกเนเจอร์ UltraBOOST 21 พร้อมวันวางจำหน่าย

Adidas แบรนด์สามแถบชื่อดัง เริ่มต้นปีใหม่ด้วยการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับรุ่นสานต่อของรองเท้าวิ่งซิกเนเจอร์อย่าง Adidas UltraBOOST 21 ที่คราวนี้ได้เพิ่มประสิทธิภาพในการวิ่งให้ดีมากยิ่งขึ้นไปอีก

อย่างที่ทราบกันดีแล้วว่าจุดเด่นหลักๆ ของรองเท้าวิ่งอย่าง UltraBOOST 21 คือพื้นโฟม BOOST ที่นุ่มแบบเหลือเชื่อเพราะได้ออกแบบมาสำหรับการรับแรงกระแทกจากการวิ่ง โดยรองเท้าคู่ใหม่นี้จะมีการเพิ่มโฟม BOOST เข้าไปอีก 6% เข้าไปบริเวณส้นเท้าทำให้ระบบ Torison ในรองเท้าคู่นี้จะโค้งมนกว่าปกติแตกต่างจากรุ่นก่อนอย่างชัดเจน

ไม่ใช่เพิ่งแค่ BOOST เท่านั้นที่เพิ่มเข้ามา เพราะอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือการปรับไปใช้ PRIMEKNIT+ ในส่วนของผ้าหน้าเท้า ที่ได้ทั้งความสะบาย ระบายอากาศได้ดี แถมยังได้รักโลกอีกด้วย เพราะ PRIMEKNIT+ ตัวใหม่นี้จะสร้างขึ้นมาจาก PRIMEBLUE ที่ครึ่งหนึ่งเป็น Parley Ocean Plastic นั่นเอง

UltraBOOST 21 มีกำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 มกราคมที่จะถึงนี้ผ่านทางเว็บไซต์หลัก โดยสีแรกของรุ่นคือ “Fluorescent Yellow” ใครที่สนใจก็สามารถรอกดสั่งซื้อกันได้เลย

สาวก NIKE เตรียมตัวให้พร้อม AIR VAPORMAX EVO กำลังจะมา

WAD NIKE AIR VAPORMAX EVO

ปล่อยภาพมาให้เห็นกันจะๆ อย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ AIR VAPORMAX EVO ที่มาในสีดำ ถูกใจสาย All Black และดีไซน์ที่หยิบโมเดลคลาสสิกของ Nike VAPORMAX มาปรับโฉมใหม่ โดยใช้แรงบันดาลใจจากดีไซน์ของ Air Max 96 II ผสมกับเอกลักษณ์ของ Midsole จาก Vapormax ทำให้เดิมที่เคยเป็นรองเท้าวิ่งในช่วง 1996 สำหรับ Air Vapormax EVO รุ่นล่าสุดนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงด้วยการปรับลุคให้ทันสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบันมากขึ้น กลายเป็นที่มาของ Air Vapormax EVO

Air Vapormax EVO มาในสี Triple Black เริ่มกันที่ส่วนของ Upper ประกอบด้วยวัสดุผ้าตาข่าย (Mesh) และส่วนที่เป็นหนัง ประกอบลิ้นรองเท้าที่เป็นวัสดุ Neoprene ที่มีโลโก้ยาง Vapormax แปะอยู่ และเอกลักษณ์สำคัญที่เป็นกิมมิคสร้างความโดดเด่นคือ วัสดุสะท้อนแสง 3M ที่ถูกประดับอยู่ตรงด้านข้างของปลายเท้า ส่วนของที่ร้อยเชือกร้องเท้า และแถบสัญลักษณ์ EVO ตรงหลังข้อเท้า คอยสะท้อนแสงในยามค่ำคืน นอกจากจะความสวยงามแล้ว ยังเพิ่มเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

วันเปิดตัวยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดกันว่าอาจเป็นช่วงปลายปี 2020 หรือต้นปี 2021 ต้องรอติดตาม สนนราคาอาจอยู่ที่ประมาณ 225 USD หรือประมาณเกือบ 7,000 บาท ในมุมมองส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อเพราะจากดีไซน์ ดีเทล และวัสดุ ที่สำคัญที่สุดคือความเท่ที่มาในคราบ All Black แมทช์ได้ทุกลุคจบในคู่เดียว บอกได้คำเดียวว่า “Cop!”

BOTTEGA VENETA “THE HANDLE” กระเป๋าที่ถูกยกให้เป็นไฮไลต์ในคอลเลกชัน Fall 2020

สำหรับคนที่เป็นแฟนคลับสินค้าแบรนด์หรูจะคุ้นตากับเอกลักษณ์หนังสานของสินค้าจากแบรนด์ Bottega Veneta เป็นอย่างดี เพราะนี่คือเอกลักษณ์ที่อยู่คู่แบรนด์มาตั้งแต่รุ่นบุกเบิกจวบจนคอลเลกชันล่าสุด FALL 2020 ซึ่งในคอลเลกชันนี้ก็มีสินค้าหลายชิ้นที่ถูกฝัง DNA ลายสานนี้ลงไป เป็นภาพจำของแบรนด์โดยไม่จำเป็นต้องมีโลโก้ และยังเป็นสิ่งที่ Bottega Veneta สื่อสารออกมาอย่างต่อเนื่องผ่านสินค้าในแต่ละคอลเลกชัน

ในคอลเลกชัน Fall 2020 นี้เองก็ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วงานเปิดตัวเมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ท่ามกลางสายตาของผู้เข้าชม มีสินค้าหลายชิ้นที่ถูกพูดถึงและถูกยกให้เป็นไฮไลต์ อย่างไรก็ตามสินค้าทุกชิ้นได้ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจและประณีตในทุกรายละเอียดโดยฝีมือของครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์คนล่าสุดของแบรนด์อย่าง แดเนียล ลี (Daniel Lee)

แน่นอนว่าหนึ่งในสินค้าที่ทุกคนรอคอยคือกระเป๋าถือ ” The Handle” ที่เมื่อได้เห็นก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนที่แสนคุ้นเคยในลุคที่ต่างออกไป เพราะ ลี ได้เลือกซิลลูเอทของรุ่น “The Cabat Pouch” มาต่อยอด ปรับลุคใหม่เพิ่มความเยาว์ ให้เหมาะกับสไตล์ของผู้บริโภคในปี 2020 มากขึ้น ตั้งแต่รูปทรงที่ถูกปรับให้กระทัดรัดกว่าเดิม เพิ่มหูจับด้านบนของกระเป๋า เติมลูกเล่นดีไซน์เก๋ด้วยริบบิ้นหนังเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายรูปแบบ และสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือเทคนิคการสานหนังเส้น Intrecciato Padded Nappa 19 เอกลักษณ์ที่ถูกถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่องของ Bottega Vaneta ทำให้เป็นที่น่าติดตามอย่างมากว่าบนเส้นทางสายนี้ของ Daniel Lee กับ Bottega Veneta จะมีอะไรมาเซอร์ไพรซ์แฟนๆ อย่างเราอีกในคอลเลกชันหน้า…โปรดติดตาม

Converse ปล่อย “Holiday Sweater” เซ็ทรองเท้าสุดคลาสสิกต้อนรับช่วงเทศกาลสิ้นปี

ปี 2020 นับว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว อีกเพียงไม่กี่เดือนเราก็จะได้ก้าวย่างเท้าเข้าสู่ปี 2021 กันแล้ว Converse ไม่รอช้า ได้จัดการปล่อยคอลเล็กชั่นสุดคลาสสิกอย่าง “HOLIDAY SWEATER” ออกมาต้อนรับช่วงเทศกาลได้อย่างรวดเร็วทันใจกันเสียจริงๆ

เป็นที่แน่นอนว่าเมื่อเราพูดถึง Converse แล้ว รุ่นยอดฮิตตลอดกาลอย่าง Converse Chuck 70 จะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาอยู่เสมอ และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน Converse ได้รังสรรค์ Chuck 70 ให้คลาสสิกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมด้วยการนำแพทเทิร์นลายเสื้อ Sweater ที่คนนิยมสวมกันในช่วงคริสต์มาสเข้ามา เช่น เกล็ดหิมะ ต้นสน มาถักทอขึ้นรูปในส่วนของอัปเปอร์ด้วยผ้าแคนวาสตามแบบฉบับของโมเดล OG ของซีรี่ส์

ถึงแม้ว่าคอลเล็กชั่นนี้จะเน้นขายความคลาสสิกเป็นหลัก แต่ Converse ก็ไม่ลืมที่จะเลือกนำเทคโนโลยี OrthoLite เข้ามาช่วยในเรื่องของความนุ่มและความสบายในการสวมใส่ โดย Converse Chuck 70 “Holiday Sweater” จะวางจำหน่ายด้วยกันทั้งหมดสองสีคือ Ash Stone/Egret/Obsidian” และ “Black/Egret” ในราคาที่ย่อมเยาว์ตามสไตล์ สนนราคาอยู่ที่ 85$ หรือตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ 2,890 บาท ใครสนใจอยากมีรองเท้าคลาสสิกเท่ๆ ไว้ใส่ในช่วงเทศกาลก็สามารถเลือกซื้อได้จาก เว็บไซต์ทางการของ Converse ที่นี่ ได้เลย

พาชมสไตล์การแต่งตัวของเหล่าเซเลบ’ในงานเปิดตัวคอลเลกชัน Fear of god จากแบรนด์ ERMENEGILDO ZEGNA

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ 25 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา กับคอลเลกชัน FEAR OF GOD สุดว้าวจากแบรนด์ ERMENEGILDO ZEGNA ที่ชื่อคอลเลกชัน FEAR OF GOD ก็เพราะว่า ทาง FEAR OF GOD ได้มาออกแบบคอลเลกชันนี้ให้แบบสุดพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นผลงานการรร่วมงานระหว่างตัวเทพของทั้งสองแบรนด์ ซึ่งก็คือ Alessandro Sartor ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Zegna และ Jerry Lorenzo ผู้ก่อตั้ง FEAR OF GOD นั่นเอง

สำหรับงานเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นที่เมืองที่เหมือนเป็นบ้านของเหล่าเซเลบและคนรวยอย่าง เบเวอร์รี่ฮิลส์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็เช่นเคยว่ามีเซเลบคนดังมากมายมาร่วมในงานนี้ แท็กทีมมากันทั้ง Michael B. Jordan, Dwyane Wade, Gabrielle Union, Usher, Quincy Brown และดีเจ Samantha Ronson วันนี้เลยพามาส่องเซเลบในงานวันนั้นว่า ชุดในคอลเลกชันนี้จะแมทช์ออกมาในสไตล์ไหนได้บ้าง

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

เริ่มกันที่ Michael B. Jordan มาในชุดบอมเบอร์แจ็คเกตผ้าวูลสีเทา กางเกงผ้าวูลจับจีบ เสื้อยืดคอกลมสีขาว เข็มขัดผ้าฝ้ายถัก รองเท้าหนังกลับสีเทา

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

Dwyane Wade มาในเสื้อเชิ้ตสีดำแขนสั้น กางเกงขายาว และคัมเมอร์บันด์ผ้าวูลจับจีบสีดำ ส่วนหวานใจอย่าง Gabrielle Union มาในเสื้อแจ็คเกตผ้าวูลสีดำ แมชท์กับกางเกงยีนส์ เสื้อยืดคอกลมสีดำ และคอมพลีทลุคด้วยรองเท้าหนัง Slip-ons

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

Usher เองก็มาในลุคเสื้อฮู้ดผ้าแคชเมียร์สีดำ กางเกงวอร์มสีดำ คอมพลีทลุคด้วยรองเท้าผ้าใบหนังกลับ

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

ทางด้าน Quincy Brown สวมเสื้อเทรนช์โค้ชผ้าวูลสีเทา กางเกงขายาวผ้าวูลดีเทลจับจีบเดี่ยว ใส่เสื้อคอเต่าด้านใน คอมพลีทลุคด้วยรองเท้าบู้ทหนังกลับ

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

ปิดท้ายด้วยดีเจ Samantha Ronson สวมเสื้อสเวตเตอร์โลโก้ ZEGNA และกางเกงวอร์มสีดำ ในลุคสบายๆ

BALENCIAGA WINTER 2020 แคมเปญเลิศ สร้างสีสัน ช่วงล็อคดาวน์ COVID-19

BALENCIAGA WINTER 2020 CAMPAIGN

ฤดูหนาวปีนี้อาจไม่เหมือนปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าความตื่นตระหนกจะลดลงไปตามช่วงเวลา แต่สถานการณ์ของแบรนด์ต่างๆ ยังคงไม่แน่นอน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบไปทุกซอกทุกมุมทั่วโลก เป็นโจทย์หนักแวะเวียนเข้ามาทักทายบรรดาครีเอทีฟและนักการตลาดในรอบหลายปี

BALENCIAGA ตีโจทย์แตกกับสถานการณ์ช่วงล็อคดาวน์ หยิบอินไซต์ของผู้คนทั่วโลก ที่เรียกได้ว่าเป็น ‘ประสบการณ์ร่วมของเราทุกคนบนโลก’ ได้อย่างเต็มปาก เกิดเป็นแคมเปญช่วงฤดูหนาว 2020 ของบาเลนเซียกา ออกมาในรูปแบบ “ภาพที่ผลิตขึ้นเองในสไตล์แบบเฉพาะของตน” โดยบรรดาเครือข่ายเพื่อนอันกว้างขวางของบาเลนเซียกา ที่เชื่อมต่อกันผ่านหน้าจอในขณะที่แยกกันอยู่บ้าน

BALENCIAGA WINTER 2020 CAMPAIGN

“การแสดงความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง” เป็นแรงบันดาลใจของแคมเปญ BALENCIAGA WINTER 2020 ซึ่งยกขบวนทีมครีเอทีฟ สไตล์ลิสต์ นักออกแบบ รวมถึงศิลปินอย่าง Cardi B, Eliza Douglas มาสวมชุดของคอลเลกชันใหม่ในพื้นที่ล็อคดาวน์ของตัวเอง

แคมเปญนี้นับเป็นการนำเสนอสินค้าคอลเลกชันใหม่แบบง่ายๆ โดยข้ามขั้นตอนและหลักการทำแคมเปญแบบที่เคยทำ แต่ใช้ไลฟ์สไตล์ของเราที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หรือจะให้พูดเข้าใจง่ายๆ ก็คือ “เอาสินค้าคอลเลกชันใหม่ไปแล้วถ่ายมุมไหนก็ได้ของสถานที่ที่ใช้ชีวิตหรือกักตัวอยู่ตอนนี้ แล้วอัปลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดในการทำแคมเปญนี้ในช่วงล็อคดาวน์นั่นเอง”

BALENCIAGA WINTER 2020 CAMPAIGN

ภาพที่ออกมาเลยมีหลากหลายแนวทั้งถ่ายแบบบ้านๆ หน้ากระจก ถ่ายที่สวนหลังบ้าน ถ่ายหน้าตู้เสื้อผ้า ในห้องนอน ห้องโถง ในห้องทำงาน ตลอดจนมืออาชีพจัดไฟสวยๆ ถ่ายในสตูดิโอ ซึ่งสถานที่เหล่านี้เองกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้าไปโดยปริยาย มันเลยออกมาเป็นภาพถ่ายป่วงๆ อย่าง ภาพเสื้อคลุมไหล่สีเข้มแต่ใส่อยู่ในห้องโถง ภาพชุดคลุมที่ถูกวางคลุมทิ้งไว้บนจักรยาน หรือภาพกระเป๋ารุ่น Neo Classic และ กระเป๋ารุ่น Lunch Case Boxes ที่ยัดของจนล้น

ท่ามกลางสัญญาณความบ้าคลั่งจากความสะดวกสบายและความคับแคบของสถานที่ที่คุ้นเคย ผสมรวมกับความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด แคมเปญ BALENCIAGA ประจำฤดูหนาวปี 2020 นับเป็นการแบ่งปันอารมณ์ของการแต่งตัวเอง เพื่อตัวเองในการอยู่คนเดียว หรือในโหมดอื่นๆ ในระหว่างที่เรายังจำเป็นต้องติดต่อหากันแบบเว้นระยะห่างอยู่ในขณะนี้

ภาพรวม BOTTEGA VENETA แบรนด์ Luxury สัญชาติอิตาเลียน กับคอลเลกชัน Fall 2020

BOTTEGA VENETA (โบเตก้า เวเนต้า) แบรนด์กระเป๋าหนังเก่าแก่สไตล์ Luxury สัญชาติอิตาลีในเครือ Kering ที่มีเอกลักษณ์คือการใช้หนังเส้นมาสานด้วยเทคนิคการสานแบบ อินเทร็ตชาโต (Intrecciato) จนกลายเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์จวบจนปัจจุบัน แม้ว่าจะขยายไลน์การผลิตเพิ่มในสินค้าอีกหลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า ตลอดจน เครื่องประดับ แต่ในทุกๆ คอลเลกชันก็จะมีลายสานอันเป็นเอกลักษณ์สอดแทรกอยู่เสมอ

เช่นเดียวกับในคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง 2020 (Fall 2020) โดยการควบคุมการออกแบบของ “Daniel Lee” ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ BOTTEGA VENETA ที่เปิดตัว ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ไปเมื่อกุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา ในคอนเสปต์ว่าด้วยเรื่องของ “A rush of vitality and movement, Fall 2020 celebrates sublime evolution. พลังและการเคลื่อนไหวที่แรงกล้า คอลเลกชันเพื่อการเฉลิมฉลองวิวัฒนาการอันเลอค่าและสง่างาม”

สินค้าในคอลเลกชันนี้ถูกออกแบบโดยการนำเอาแรงบันดาลใจจากผลงานของแบรนด์ในช่วงแรกๆ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนนุ่มมานำเสนอผ่านรูปทรงและผิวสัมผัส ผสมผสานกับนวัตกรรมอันก้าวหน้าในการออกแบบ ตัดเย็บ รวมถึงงานฝีมืออันเป็นมรดกตกทอดและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาช้านาน เติมกลิ่นอายให้เสื้อผ้ามีความร่วมสมัย แปลกใหม่ ให้ความรู้สึกพลิ้วไหวราวบทกวี เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเมื่อสวมใส่

ในส่วนของเสื้อผ้าในคอลเลกชันนี้ถูกออกแบบด้วยผ้านิตและผ้าเจอร์ซีย์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือความยืดหยุ่น เพื่อการเคลื่อนไหวที่สะดวกสบาย ดีไซน์ที่คงไว้ซึ่งความหรูหราด้วยการทำให้ลำตัวดูสูงยาวโดดเด่นเป็นสง่ามากขึ้นเมื่อสวมใส่ เห็นได้จากโค้ตของผู้ชายและผู้หญิงที่สวมทับเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่มีความยาวเลยข้อมือ และชุดผ้านิตอัดพลีตที่ช่วยสร้างเท็กซ์เจอร์ลายทางพรางตาให้ลำตัวดูสูงยาวมากขึ้นไปอีก

ทางด้านสปอร์ตแวร์และสตรีทแวร์ของคอลเลกชันนี้ นอกจากผ้าเจอร์ซี่ย์แล้ว ยังมีการใช้วัสดุอื่นอย่างผ้าไนลอน และหนัง มาผสมผสานในสินค้าจำพวก แจ็คเก็ต โค้ต ปาร์ก้าโค้ต ทั้งของผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งใน Category นี้เอง Daniel Lee ได้นำเสื้อผ้าชิ้นคลาสสิกของ BOTTEGA VENETA มาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยดีเทลที่น่าสนใจ เพื่อสร้างความร่วมสมัยและความสนุกสนานให้กับเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อโค้ต เชิ้ตเดรส เชิ้ต และเสื้อสูท

การออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในคอลเลกชันนี้เปรียบดั่งซิกเนเจอร์ คือการออกแบบสินค้าบางชนิดที่สร้างความแปลกตาฉีกออกจากชิ้นอื่นๆ ในคอลเลกชันเดียวกันอย่างการใช้ เส้นริ้วผ้าหรือริ้วหนังที่ชายกระโปรง เสื้อคลุ้ม ริ้วขนเฟอร์ที่ปลายเสื้อโค้ต การใช้เทคนิคสายรูดสร้างลวดลายและวอลลุ่มบนตัวเสื้อผ้า ให้กลิ่นอายสปอร์ตแวร์

สุดท้ายนี้ถ้าไม่พูดถึงคงไม่ได้กับดีเทลอันเป็นเอกลักษณ์อย่างการสานหนังด้วยเทคนิค Intrecciato ที่บ่งบอกถึงความเป็น BOTTEGA VENETA ได้โดยไม่ต้องมี Logo ที่ถูกนำมานำเสนอออกมา ผ่านในส่วนของเสื้อผ้า กับโค้ตไม่มีแขน ด้วยการผสมผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่กับงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์และมรดกของแบรนด์ ที่พิเศษไม่แพ้กันคือการนำเอาทรงของเคป (Cape) หรือผ้าคลุม มาใช้กับเสื้อเชิ้ต โค้ต และชุดกระโปรง ด้วยการทำแขนเสื้อรูปทรงปีกสามเหลี่ยม หรือการปล่อยแขนเสื้อให้กลายเป็นเหมือนผ้าคลุมด้วยการคลุมไหล่แบบเท่ๆ

คอลเลกชัน Fall 2020 เน้นโทนสีดำ เบจ น้ำตาล เทา เขียวเข้ม เขียวอมเหลือง เข้ากับความเป็นฤดูใบไม้ร่วง และมีการใช้สีแดงกับสีเหลืองเพิ่มเข้ามาเพื่อสร้างความสนุกสนานในคอลเลกชันนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่เว้นแม้ในส่วนของแอคเซสเซอรี ตั้งแต่รองเท้าบู๊ตหัวเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ตลอดจนกระเป๋าหลากหลายแบบที่ยังคงดีไซน์ของความเป็นแบรนด์กระเป๋าหนังสานในแบบของ BOTTEGA VENETA ดังเช่นกระเป๋าเพาช์ (Pouch Bag) หรือกระเป๋าคลัตช์สีเหลือง ที่ดึงดูดสายตาผู้คนตั้งแต่เริ่มในงานเปิดตัว

ทาง BOTTEGA VENETA เองเคลมว่าเสื้อผ้าในคอลเลกชันนี้เป็นเหมือนดั่ง “การเดินทางในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ การสร้างนิยามของความสง่างามรูปแบบใหม่ในทุกโอกาสแห่งการใช้ชีวิต” ซึ่งทาง What A Dope เองก็เห็นด้วย เพราะถึงแม้ว่าโดยรวมแล้วคอลเลกชันนี้จะเป็นแฟชันทางฝั่งของเมืองอากาศหนาวฟากยุโรป แต่บางชิ้นก็สามารถปรับใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวันในเมืองร้อนอย่างบ้านเราได้ในหลายๆ โอกาสอย่างไม่เคอะเขิน เหล่าสาวก BOTTEGA VENETA เชิญรับชมสินค้าในคอลเลกชัน FALL 2020 ได้แบบเต็มๆ ตาผ่านสไลด์โชว์ด้านล่างนี้ได้เลย

ทนไม่ไหว! Uncle Roger บุกบ้าน Hersha Patel สอนหุงข้าว

หลังจากที่ได้ทำ Reaction (ดูได้ที่ ข้าวผัดไข่เป็นเหตุ! YOUTUBER ชาวเอเชีย ร่วม REACT ทำไมหุงข้าวแบบนั้น?) จนเกิดกระแสกันไปทั่วทั้งโลกอินเทอร์เน็ต เรื่องการหุงข้าวของ Blogger อาหารของ BBC นามว่า Hersha Patel วันนี้ ฤกษ์งามยามดี ทั้ง Uncle Roger ตัวเปิดประเด็นและ Hersha Patel ได้มีโอกาสมาคอลแลบกันเพื่อทำคอนเทนต์เอาใจแฟนๆ

Uncle Roger

Uncle Roger เปิดคลิปด้วยการอ้างว่าถูกโทรมาทาบทามให้มาเยี่ยมที่บ้าน ไม่รู้ว่าวันนี้ Hersha จะทำอะไรบ้าง ถ้าตนไม่ได้อัปคลิปหลังจากนี้ให้โทรแจ้งตำรวจด้วยนะ พร้อมบอกว่าถ้าเขาตายไปให้ส่งเสื้อสีส้มตัวโปรดของ Uncle Roger ไปให้ครอบครัวที พวกเขาจะได้มีชีวิตที่ดีขึ้น เริ่มมาก็ปั่นแล้ว

Hersha Patel
Uncle Roger

เมนูที่ทั้งคู่ทำในคลิป แน่นอนว่าต้องเป็นข้าวผัดไข่เหมือนในคลิปนั้น เพียงแต่ครั้งนี้มี uncle Roger ประกบคอยห้ามไม่ให้ Hersha ใช้กระชอน และรับปากกับแฟนๆ ว่าวันนี้ จะไม่มีการใช้กระชอนในการทำอาหาร

Uncle Roger หยอกด้วยมุขที่ว่า แน่นอนว่าการหุงข้าวมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม แต่บางวัฒนธรรมก็ผิด เล่นเอาสาว Hersha มองตาขวางกันเลยทีเดียว 55555

Uncle Roger

หลังจากนั้นสาว Hersha ก็เอาคืนด้วยการแกล้งหยิบกระชอนออกมา ทำเอา Uncle Roger ห้ามแทบไม่ทัน หลังจากนั้นก็เธอก็แกล้งทำเป็นว่า แค่จะหยิบมาเก็บในตู้เฉยๆ

แน่นอนว่าบทสรุปก็คือ กรรมวิธีการทำอาหาร มีได้หลากหลาย ไม่มีถูกหรือผิด เหมือนดั่งประโยคที่ว่า Food is an art ศิลปะ ย่อมมาพร้อมความหลากหลาย หากเอาสิ่งใดไปครอบมัน มันก็ไม่ต่างจากสิ่งที่ตายแล้ว ไม่มีอะไรใหม่ รายการทำอาหารหลายรายการ ยังมีช่วงให้แข่งกันรังสรรค์เมนูด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดสิ่งใหม่ๆ หรือเมนูที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลกนี้ ตราบใดที่รสชาติมีคนยอมรับ ไม่ผิดหลักสุขอนามัย อาหารจานนั้น ก็กำเนิดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์โดยหน้าที่ของมันแล้ว

สุดท้ายนี้ทั้งคู่จะทำข้าวผัดไข่ออกมาสำเร็จหรือไม่ หน้าตาข้าวผัดไข่ที่เกิดจากสองวัฒนธรรมที่แตกต่าง หน้าตาจะเป็นอย่างไร เชิญรับชมความน่ารักของทั้งคู่ที่พร้อมสร้างเสียงหัวเราะให้คุณได้ในคลิปด้านล่างนี้เลย

ข้าวผัดไข่เป็นเหตุ! Youtuber ชาวเอเชีย ร่วม React ทำไมหุงข้าวแบบนั้น?

เรื่องเริ่มจากบล็อกเกอร์อาหารนามว่า Hersha Patel ของ BBC Food ได้โพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับวิธีการทำข้าวผัดไข่ Egg-fried rice โดยเริ่มตั้งแต่หุงข้าว ตอกไข่ หั่นผัก นำไข่ลงไปผัด ผัดทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วปิดท้ายที่นำข้าวสุกลงไปผัดต่อ

ดูๆ แล้วมันก็เป็นวิธีการทำข้าวผัดทั่วไป แต่ทว่าในขั้นตอนการหุงข้าวนั้นมีบางอย่างที่แตกออกไป ซึ่งคนที่สังเกตเห็นเป็นคนแรกก็คือช่อง Youtube ชื่อว่า
mrnigelng ที่เรียกตัวเองว่า Uncle Roger ผู้ที่ทำคลิปเรียกเสียงเฮฮามากมาย จากผู้ชมหลายเชื้อชาติทั่วโลก ด้วยสำเนียงที่มีเอกลักษณ์ทำให้หลายคนชื่นชอบคอนเทนต์ของเขาโดยเฉพาะชาวเอเชีย

ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงหยิบเอาคลิปการทำข้าวผัดของ BBC มา Reaction และวิจารณ์เรียกเสียงฮากันตั้งแต่เปิดคลิปกันเลยทีเดียว แต่ที่โดนหนักสุดเห็นจะพวกช่วงการหุงข้าวเจ้าปัญหานั่นเอง

Reaction ของเขาเรียกเสียงฮาได้ไม่น้อย และทำให้ทั้ง Youtuber และ ผู้ชม Youtube ชาวเอเชียผู้เชี่ยวชาญการหุงข้าว ด้วยการวัดโดยใช้ข้อนิ้วชี้ ต้องออกมาประท้วงกันยกใหญ่ว่า “ใครเค้าหุงข้าวแบบนั้นกัน เค้าใช้ข้อนิ้วชี้กันโว้ย”

อย่างเช่นในประโยคที่คุณ Hersha Patel ผู้สาธิตพูดว่า “นี่คือเมนูง่ายๆ ไม่แพง ทำกินเองได้ …ไม่ต้องกลัว…”
อังเคิลโรเจอร์ก็เปิดด้วยความกวนว่า “ใครเค้ากลัวข้าวผัดไข่กัน มันเป็นเมนูทั่วไปที่ทุกคนกิน ใครกลัว ทำไมคุณถึงกลัวข้าวผัดไข่ อังเคิลโรเจอร์กลัวผี แต่คุณกลัวข้าวผัดไข่เนี่ยนะ”

หรือในบางช่วงที่คุณ Hersha Patel บอกว่า “คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงิน 8 ปอนด์ (ประมาณ 300 กว่าบาท) เพื่อซื้อข้าวผัดไข่…” อังเคิล โรเจอร์ ก็สวนทันควันว่า “ใครจ่ายเงิน 8 ปอนด์เพื่อซื้อข้าวผัดไข่กลับบ้าน บ้าหรอ …ไฮย่าาา”
คำว่า “ไฮย่า” นี้เองเป็นวลีติดปากของ อังเคิล โรเจอร์

ความบันเทิงเริ่มขึ้นเมื่อเข้าสู้พาร์ทแรกของการทำเมนูข้าวผัดไข่ เมื่อคุณ Hersha Patel เริ่มหุงข้าว เธอเริ่มจากการตวงข้าวด้วยแก้วชา และบอกว่า “ต้องตวงข้าว 1 แก้ว ต่อน้ำ 2 แก้ว” ซึ่งนั่นเป็นสัดส่วนที่ต่างกันค่อนข้างมากระหว่างข้าวกับน้ำ

และแน่นอนว่า อังเคิล โรเจอร์ ทักท้วง “ทำไมถึงใช้แก้วชาตวงน้ำอะ ใช้นิ้วสิ นิ้วๆๆ ใส่ข้าว ใส่น้ำ ให้ถึงข้อนิ้วแรกอะ ผมเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าคลิปนี้จะออกมาดี”

แล้วก็ตามมาแบบคอมโบด้วยการไม่ล้างข้าวก่อนหุง แต่จุดพีคที่สุดมันอยู่ที่ตอนที่เธอหุงข้าวจนสุก แต่ว่าข้าวดันแฉะ เธอจัดการด้วยวิธีที่ทุกคนต้องตาค้างงงง

ต้องขอหยุดการสปอยล์ไว้เพียงเท่านี้ คุณสามารถเข้าไปฮาได้เองในคลิปของ อังเคิล โรเจอร์ ด้านล่างนี้

ส่วนลิงค์ต้นเหตุของ BBC นั้น เนื้อหายังคงอยู่ เพียงแค่วิดีโอมีปัญหาไม่สามารถเข้าชมได้อีกแล้ว สามารถคลิปชมได้ที่ลิงค์ Egg Fried Rice by BBC Food

แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่ทันความไวปีศาจของชาวเน็ต เพราะมีคนมา Reupload ให้ได้ชมกันได้ Youtube เป็นที่เรียบร้อย โดยใช้ชื่อคลิปว่า BBC Food Egg Fried Rice ต่อด้วย (LOL) (ด้านล่าง)

ไม่เพียงแค่ อังเคิล โรเจอร์ ที่ออกมาทำคลิป Reaction การทำอาหารนี้ ยังมี Youtuber อีกมากมาย ที่ออกมาทักท้วงเกี่ยวกับการทำข้าวผัดไข่ของเธอ สามารถเข้าไปชมได้ที่: https://www.youtube.com/results?search_query=egg+fried+rice+bbc

แต่ในความเห็นของเรานั้น เราเชื่อว่าการทำอาหารไม่มีถูกมีผิด ขึ้นอยู่กับวัฒนธรรม ไก่ย่าง ยางมีกรรมวิธีในการทำได้ตั้งหลากหลายขึ้นอยู่กับสูตรของใครของมัน หรือของพื้นที่นั้นๆ ตราบใดที่หน้าตามันยังไม่ได้ดูผิดแปลกไปจากเดิม และรสชาติมันก็อร่อย มีคุณภาพและถูกหลักโภชนาการ ผมคิดว่าเมนูที่คุณ Hersha Patel ทำนั้น ก็เรียกว่า ข้าวผัดไข่ ได้เต็มปากเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะมาล้างข้าวเอาตอนสุดท้ายก่อนผัดแล้วก็เถอะ

เพราะครั้งหนึ่งผมก็เคยได้ยินคนเถียงกันว่า ข้าวต้ม ทำจากข้าวสวยต้ม หรือนำข้าวสารมาต้มเลย แต่สุดท้ายคนลิ้นธรรมดาอย่างผมเวลาทานก็แยกไม่ออกว่าข้าวต้มถ้วยนี้ ต้มด้วยข้าวสวยหรือข้าวสารกันแน่

BREDA นาฬิกาข้อมือดีไซน์เหนือกาลเวลาสัญชาติอเมริกัน ที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม

นาฬิกาในฝันของคุณยี่ห้ออะไรกันครับ Rolex, Cartier, Patek Philippe หรือนาฬิกากันแดดชื่อดัง Richard Mill ส่วนของผมคือ Cartier ครับ หากว่าวันไหนเงินเหลือๆ ซื้อแล้วไม่เดือดร้อน ก็คงจะซื้อมาไว้ในครอบครองสักเรือน แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ตอนนี้

หากคุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นแบรนด์เนม มองว่านาฬิกาเป็นแค่เรื่องของแฟชั่น และความสวยงาม ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเก็งราคา ถ้าคุณกำลังมองหานาฬิกาสักเรือน ผมขอพาคุณไปรู้จักแบรนด์นาฬิกาน้องใหม่ ที่เพิ่งถือกำเนิดมาเพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้นอย่าง BREDA Watch กันครับ

แรกสบพบเจอ ผมก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง กับ BREDA Watch อาจเพราะดีไซน์ที่ค่อนข้างคลิกกับรสนิยมของผม สาเหตุที่ได้มาเจอกับนาฬิกาแบรนด์นี้ทั้งที่ตัวบริษัทตั้งอยู่ไกลถึงเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังไม่มีชอปในไทยเลยสักแห่ง นั่นเป็นเพราะ Facebook ยิงโฆษณาอย่างแม่นยำมาหาผม ที่กำลังมองหานาฬิกาสักเรือนผ่านการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต

ภาพนาฬิกาสายโลหะรุ่น VISSER เหมือนรักแรกพบที่ทำให้ผมคลิกโฆษณาของ BREDA บนเฟซบุ๊ก เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนาฬิกาแบรนด์นี้ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจกดซื้อเพราะถึงแม้แอดมินเพจจะบอกว่า “ขอโทษด้วย เราไม่มีชอปในไทยแต่เราส่งทั่วโลกนะ” แต่ด้วยมูลค่าของนาฬิการาคาที่พอจะคุยกันได้ 145 USD หรือราว 4,500 บาท บวกค่าส่งอีก 20 USD ประมาณเกือบ 600 บาท ก็ทำให้ลังเลว่า กี่วันถึง แล้วกว่าจะได้ของ กลัวจะเปลี่ยนใจไปชอบรุ่น VIRGIL นาฬิกาข้อมือที่ทรงใกล้กับ Cartier Tank ที่สุด แต่สายเป็นโลหะสีเงินและหน้าปัดสีครีม ที่ยังสองจิตสองใจอยู่แทน

สำหรับ BREDA เน้นภาพลักษณ์และดีไซน์ที่มีความโมเดิร์นทันสมัย และดีไซน์ที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่ละคอลเลกชันจะแตกต่างกันชัดเจน เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด อย่างที่เห็นได้ในคอลเลกชันล่าสุด ที่เน้นให้แสดงออกถึงความสนุกสนาน ง่ายๆ สบายๆ สปอร์ต กระฉับกระเฉง และความเป็นคนขี้เล่นไปในตัว ด้วยการออกแบบสายให้เป็นพลาสติกใส ดูวัยรุ่นและมีกลิ่นอายของความย้อนยุคไปด้วยในตัว สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ลงไปคือ ความมีสไตล์และดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา หยิบมาใส่ได้ในทุกโอกาสใน

สำหรับ BREDA ในบ้านเราอาจยังเป็นนาฬิกาน้องใหม่นอกกระแส แต่ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่กล้าเรื่องดีไซน์ ถ้าเทียบกับแบรนด์นาฬิกาแมสๆ ทั่วไปบ้านเรา ก็กล้าพูดได้เลยว่าหานาฬิกาที่ดีไซน์เหมือน BREDA ค่อนข้างยาก ถ้าไม่นับนาฬิกาแฟชันที่ผลิตแบบไร้คุณภาพ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ ผมจะไม่สารภาพหักหลังคุณเหมือนบทความอื่นๆ ว่านี่คือบทความโฆษณาที่ BREDA จ้างผมมา แต่เนื่องด้วยสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเข้าเว็บไซต์ไปดูนาฬิกาของ BREDA บ่อยจริงๆ (แม้ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อ) ก็แค่ชอบเลยมาแนะนำบอกต่อปากต่อปาก เหมือนเพื่อนนั่งเมาท์กันแค่นั้นจริงๆ ครับ

ใครที่อยากรู้จัก BREDA ให้มากขึ้น เผื่อว่าคุณจะหลงรัก BREDA เหมือนผม https://www.bredawatch.com/