Apple ปล่อยคลิปโฆษณา ASMR ที่ถ่ายและบันทึกเสียงด้วย iPhone

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา Apple ได้ปล่อยคลิปโฆษณาตัวใหม่ ที่ไม่ได้มาขิงมาข่มคู่แข่ง หรือมาโชว์ความสวยหรูของสินค้าแต่อย่างใด แต่กลับเป็นคลิปวิดีโอแนวที่เรียกได้ว่าเป็นกระแสมาสักระยะหนึ่งแล้วนั่นคือวิดีโอแนว Autonomous Sensory Meridian Response หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า ASMR โดยแคมเปญนี้ใช้ชื่อว่า ‘Shot on iPhone’

วิดีโอเซ็ตนี้ได้ปล่อยออกมาทั้งหมด 4 ตัวด้วยกัน ตัวแรกคือ “Whispers from Ghost Forest” เป็นเสียงผู้หญิงที่กระซิบเล่าเรื่องเกี่ยวกับความเป็นมาของสถานที่ Neskowin Ghost Forest ใน Oregon อันสวยงาม ต่อมาคือวิดีโอชื่อ “Satisfying woodshop sounds” ให้คุณฟังเสียงไสไม้จักจี้หูจนหนำใจ หรือจะเป็นคลิป “Crunching sounds on the trail” คือเสียงคนกำลังเดินป่า เสียงรองเท้าที่ย่ำไปตามพื้น และหญ้า และคลิปชื่อ “A calm rain at camp” เป็นเสียงฝนตกกระทบอุปกรณ์ต่างๆ เวลาไปตั้งแคมป์ ซึ่งแต่ละคลิปมีความยาวประมาณ 6 – 11 นาทีด้วยกัน

ทั้งสี่วิดีโอเปิดมาด้วยข้อความว่า “Best enjoyed with headphones” เพื่อเตือนให้คนดูใส่หูฟังก่อนรับชม และปิดท้ายด้วยประโยค “Shot on iPhone” เพื่อขายของว่าถ่ายด้วย iPhone นะจ๊ะ

ใต้วิดีโอทุกตัวมีข้อความอธิบายว่า “ASMR, shot and recorded on iPhone, to relax wherever you are.” แล้วตามด้วยประโยคอธิบายถึงวิดีโอแต่ละตัวที่แตกต่างกันออกไปแบบสั้นๆ 1 ประโยค

ทั้งหมดนี้เกิดจากกระแสของวิดีโอแนว ASMR ที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากช่อง Youtube แนว ASMR หลายช่อง รวมถึงช่องของ Youtuber ชื่อดัง ‘Gibi ASMR’ ที่มีผู้ติดตามกว่า 2 ล้านคน และบางคลิปของช่องนี้มียอดวิวถึง 10-13 ล้านวิวเลยทีเดียว

คลิปโฆษณาแนว ASMR ทั้งหมดนี้ของ Apple ถูกกำกับโดยนาย Anson Fogel ที่ผ่านงานด้านโฆษณากับแบรนด์ต่างๆ มาอย่างช่ำ และ Apple ยังบอกอีกด้วยว่า นาย Anson Fogel สร้างวิดีโอทั้ง 4 นี้ด้วย iPhone XS

ถ้าพร้อมแล้วก็อย่าลืมใส่หูฟังเพื่อเพิ่มอรรถรส ก่อนชมคลิป ASMR จาก Apple ได้ที่ด้านล่างนี้เลยจ้า

HYPERVSN ระบบฉายโฮโลแกรม 3D เครื่องแรกของโลก

HYPERVSN x NIKE

HYPERVSN เครื่องยิงโฮโลแกรม 3 มิติ เครื่องแรกของโลก

เจ้าเครื่องยิงโฮโลแกรมเครื่องนี้ เป็นเครื่องยิงโฮโลแกรมเครื่องแรกของโลก ที่ถูกใช้ในงานอีเวนต์มากมายที่ผ่านมา รวมถึงงานสนีกเกอร์ด้วย ซึ่งผู้ใช้สามารถออกแบบภาพ หรือวัตถุต่างๆ ได้ตามต้องการ

HYPERVSN บริษัทด้านเทคโนโลยีได้สร้างเครื่องยิงโฮโลแกรมของโลกเครื่องนี้ออกมาในรูปแบบของเครื่องยิงที่ต่อกันเป็นกำแพง ซึ่งแต่ละตัวมีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย ผสมผสานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างลงตัว ซึ่งเครื่องดังกล่าวนี้ช่วยสร้างสรรค์ผลงานต่างๆ มากมาย ทั้งด้านความคิด การออกแบบ สินค้า เหมือนเป็นก้าวแห่งการพัฒนาที่สำคัญของวงการเทคโนโลยีด้านภาพ ซึ่งภาพที่ได้จากเจ้าเครื่องยิงโฮโลแกรมนี้จะลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ

เครื่องยิงโฮโลแกรมหนึ่งตัวสามารถสร้างภาพได้ขนาดประมาณ 75 เซนติเมตร เมื่อใช้หลายๆ ตัวมาต่อกันเป็นกำแพง มันแทบจะสามารถสร้างภาพขนาดใดก็ได้บนโลกใบนี้

มีงานอีเวนต์มากมายใช้เจ้าเครื่องนี้ไปใช้ ถ้างานอีเวนต์สนีกเกอร์ที่สร้างเสียงฮือฮาไม่น้อยก็เช่น งานเปิดตัวรองเท้า Nike ในโซล ประเทศเกาหลีใต้ หรือแม้กระทั่งแบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton ก็เช่นกัน

เทคโนโลยีนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมายหลายด้าน ทั้งการจำลองภาพต่างๆ ทางกองทัพ และที่สำคัญคือภาคธุรกิจ ที่สามารถนำเทคโนโลยีนี้ไปต่อยอดทำอะไรได้อีกหลายๆ อย่าง

สามารถชมคลิปได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้เลย 

งง! OnePlus พลาดส่งข้อความเข้าเครื่อง OnePlus 7 Pro หลายเครื่องทั่วโลก ว่า “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

OnePlus 7 Pro
OnePlus 7 Pro

วันนี้เรามาดูเรื่องหลุดๆ ของค่ายมือถือ OnePlus ที่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้เผลอส่งข้อความแจ้งเตือน (Push Notification) ให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่น OnePlus 7 Pro ทั่วโลก เป็นภาษาจีนว่า “哈哈哈哈哈哈哈哈哈,” หรือ “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”

OnePlus

จะหลอนหรือจะฮาดี ถ้าอยู่ดีๆ โทรศัพท์แจ้งเตือนขึ้นมาเป็นภาษาจีน ถ้าใครรู้ความหมายก็ยิ่งหลอนหนักเข้าไปอีก เพราะมันกำลังหัวเราะ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา OnePlus บริษัทผลิตสมาร์ทโฟนของจีน ได้ส่งแจ้งเตือน 2 ข้อความแบบงงๆ ให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่น OnePlus 7 Pro บางเครื่องที่กระจายอยู่ทั่วโลก ซึ่งสมาร์ทโฟนรุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาในราคาประมาณ 20,000 บาท และนับว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของค่ายนี้ด้วย

สำหรับเจ้าข้อความปริศนา 2 ข้อความนั้น ข้อความแรกเป็นภาษาจีนเขียนว่า “哈哈哈哈哈哈哈哈哈,” แปลเป็นไทยได้ว่า “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” ส่วนข้อความที่สองเป็นตัวอักษรละตินพิมพ์มั่วๆ ว่า “hbgchjgvchjg hbgchjgvchjg.”

ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานทางบริษัทก็ได้ออกมาแถลงขอโทษผ่านทางเว็บไซต์และทางทวิตเตอร์ ประมาณว่า “ขออภัยในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ข้อความที่ส่งไป 2 ข้อความเป็นอุบัติเหตุจากการทำงานของทีม OxygenOS ที่ทำการทดสอบซอฟต์แวร์เพื่ออัปเดตเป็น AndriodQ ที่กำลังจะเข้า และเป็นเวอร์ชันล่าสุดของระบบ Andriod

OnePlus

การส่งข้อความพวกนี้ เป็นการทดสอบที่ OnePlus ทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ว่าทดสอบกันเฉพาะภายในเท่านั้น

ในแถลงการณ์ OnePlus ยืนยันว่าข้อความดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรต่อสมาร์ทโฟนและข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งการส่งแจ้งเตือน Push Notification ถูกออกแบบมาเพื่อทำการสำรวจผลตอบรับของผู้ใช้สมาร์ทโฟนของ OnePlus

ไม่ใช่แค่ OnePlus เท่านั้นมีอะไรหลุดๆ แบบนี้ เพราะเคยมีกรณีเครื่อง Alexa ของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon ที่ตอบโต้กับผู้ใช้ด้วยเสียง ที่อยู่ดีๆ ก็หัวเราะออกมา ซึ่งเคสนั้นน่าจะหลอนกว่าเยอะ

Klipsch เผยโฉม ‘T5’ หูฟังไร้สายที่ได้ Zippo เป็นแรงบันดาลใจ

ในที่สุด Klipsch แบรนด์เครื่องเสียงคุณภาพเยี่ยม สัญชาติอเมริกัน ก็ได้ปล่อยหูฟังไร้สายแบบ True Wireless ตัวแรกของแบรนด์ออกมา โดยใช้ชื่อโมเดลว่า ‘T5’ ที่มีเอกลักษณ์มากกว่าแค่เสียง เเต่ยังคงไว้ซึ่งความคลาสสิคของอเมริกันดีไซน์อีกด้วย

หูฟัง ‘T5’ ตัวนี้มีจุดเด่นในเรื่องความสบายในการสวมใส่ ตัวหูฟังสามารถใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงสำหรับการชาร์จหนึ่งครั้ง และเรื่องเสียงที่มีความชัด ความใสของเสียงที่ดีมาก โดยทางแบรนด์ได้คอนเฟิร์มว่าหูฟัง ‘T5 ‘ ตัวนี้เหมาะสำหรับคนทั่วไปจนไปถึงระดับคนเล่นหูฟังแบบจริงจังเลยทีเดียว

อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจของเจ้า ‘T5’ ตัวนี้ คือเคสที่เอาไว้สำหรับชาร์จแบต ทาง Klipsch ได้นำดีไซน์ของ Zippo และวัสดุที่เป็นโลหะมาใช้ ทำให้เพิ่มความเป็นอเมริกันคลาสสิคมากยิ่งขึ้น

โดย Klipsch True Wireless ‘T5’ จะมีราคาวางจำหน่ายอยู่ที่ 199 ดอลลาร์สหรัฐ ใครที่อยากเท่ อยากเข้ม สามารถเข้าไปกดสั่งซื้อออนไลน์ได้แล้วที่ Klipsch.com

ลาก่อน iTunes!!! Apple ประกาศปิดตัว iTunes พร้อมแยกเป็นสามแอพพลิเคชั่นใหม่

Apple ได้ทำการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าเตรียมตัวปิด iTunes หลังจากที่เปิดตัวโปรแกรมมาอย่างยาวนานถึง 18 ปี โดยในคำแถลงการณ์ของ Apple ได้กล่าวถึงการเปิดตัว 3 แอพพลิเคชั่นใหม่ที่จะมาแทนที่ตำนานสุดคลาสสิค อย่าง iTunes อีกด้วย

การปิดตัวของ iTunes ในครั้งนี้ได้นำสามแอพพลิเคชั่นใหม่เข้ามาแทนที่ โดยโปรแกรมที่เข้ามาแทนที่นั้น จะแบ่งประเภทของสื่อต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น แอพพลิเคชั่น Music, TV และ Podcasts โดยการจัดการอุปกรณ์ต่างๆ ของ Apple นั้นจะทำได้ผ่านทาง Music

สำหรับใครที่อยากเห็นเจ้าแอพพลิเคชั่นใหม่ทั้ง 3 ตัวนี้ อดใจรอกันอีกนิด เพราะทาง Apple จะติดตั้งแอพพลิเคชั่นใหม่ทั้งหมดนี้ผ่าน Macbook OS ตัวใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

Instagram อัพเกรด IGTV สามารถเล่นแนวนอนได้แล้ว

Instagram ได้ออกมาประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้กับ IGTV โดยจะรองรับการเล่นวีดีโอแนวนอนได้แล้ว และเริ่มใช้ตั้งเเต่วันนี้เป็นต้นไป

หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างมากไปแล้วกับวีดีโอในแนวตั้ง ไม่ว่าจะเป็น Love Triangle series หรือ Mana and Gratitude series อย่างไรก็ตามใน IGTV นั้นยังมีคอนเทนต์บางประเภทนั้นไม่เหมาะกับวีดีโอแนวตั้งเอาเสียมากๆ ทำให้ Instagram เล็งเห็นว่าจะต้องเพิ่มฟีเจอร์การรองรับวีดีโอแนวนอนขึ้นมา

การอัพเดตฟีเจอร์ใหม่ของ IGTV นี้ Instagram มีจุดประสงค์เพื่อรองรับคอนเทนต์ที่หลากหลายประเภทมากขึ้น เช่น วีดีโอการเต้น, กีฬา รวมไปจนถึงวีดีโอที่มีการเคลื่อนไหวเยอะๆ ทำให้เพิ่มอิสระในการผลิตคอนเทนต์มากยิ่งขึ้น

Leica ร่วมฉลองครบรอบ 100 ปีสถาบัน Bauhaus ออกกล้อง Leica CL 100 Jahre Bauhaus ใหม่แบบลิมิเต็ด

เพื่อเป็นการร่วมเฉลิมฉลองกับวันครบรอบ 100 ปีของ Bauhaus School of Art and Design สถาบันสอนศิลปะเก่าแก่ในประเทศเยอรมันนี Leica ได้เปิดตัวกล้องรุ่นพิเศษอย่าง Leica CL 100 Jahre Bauhaus set เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่สถาบันแห่งนี้

ตัวบอดี้ของกล้องจะใช้โมเดล Leica CL ที่จะมาพร้อมกับเลนส์ Elmarit-TL 18 mm f/2.8 ASPH ทาง Leica ได้เลือกใช้สีเงินสุดคลาสสิก พิเศษด้วยตัวบอดี้ของกล้องที่มาพร้อมกับหนังสีดำที่มีคำว่า “Bauhaus” สลักอยู่ใต้โลโก้ของ Leica ที่ปรับขนาดให้เล็กลง โดยกล้องตัวนี้จะมาพร้อมกับสายสะพายหนังสีดำที่สลักคำว่า “Bauhaus” เช่นเดียวกันกับตัวกล้องอีกด้วย

ส่วนเรื่องของสเปคต้องบอกเลยว่าถอดแบบมาจากโมเดล Leica CL กันมาแบบเป๊ะๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเซนเซอร์ที่จะมาพร้อมกับ 24-megapixel sensor, ระบบออโต้โฟกัสความเร็วสูง, รองรับการบันทึกวีดีโอสูงสุดที่ความละเอียด 4K และระบบแอพพลิเคชั่น FOTOS ของทาง Leica เองที่จะช่วยให้คุณสามารถเเชร์รูปภาพได้อย่างรวดเร็วเพียงปลายนิ้วเท่านั้น

หากใครสนใจอยากจะจับจองเจ้า Leica CL 100 Jahre Bauhaus set ก็สามารถหาซื้อได้เเล้วตามตัวแทนจำหน่ายทั่วไปโดยราคาจะอยู่ที่ 3,750 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 120,000 บาท

Marshall เปิดตัวสองลำโพงบลูทูธตัวใหม่ Stockwell II และ Tufton

Marshall แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลกประกาศเปิดตัวลำโพงบลูทูธสองไซส์ใหม่อย่าง Stockwell II และ Tufton ที่มีดีไซน์คงความวินเทจไว้เหมือนเดิมเเต่เพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพียบ

ลำโพงสองรุ่นใหม่อย่าง Stockwell II และ Tufton จะเป็นลำโพงที่มีไซส์แตกต่างกันโดยในรุ่นของ Stockwell II จะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก เอาใส่กระเป๋าแบ็คแพคได้อย่างสบาย ส่วน Tufton จะมีขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับลำโพงแบบพกพานั่นเอง

แม้จะมีหน้าตาวินเทจและมีสายสะพายกีตาร์สุดคลาสสิคเข้ามาตกแต่ง เเต่ครั้งนี้ Marshall ได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่เข้ามามากมาย ไม่ว่าจะเป็น  Bluetooth 5.0, เทคโนโลยี Fast Charging, แบตเตอรี่ที่มีความจุมากขึ้น โดย Marshall เคลมว่าสามารถเล่นติดต่อกันได้ยาวนานถึง 20 ชั่วโมงเลยทีเดียว และ สุดท้าย Marshall ก็ได้เพิ่มฟีเจอร์กันน้ำมาให้ด้วย เหมาะสำหรับพกไปปาร์ตี้ริมสระแบบเท่ๆ มากเลยทีเดียว

Marshall Stockwell II จะมีราคาอยู่ที่ 249 ดอลลาร์สหรัฐ และ Marshall Tufton จะมีราคาอยู่ที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ ใครที่อยากได้ก็สามารถเข้าไปจับจองกันได้ที่ marshallheadphones

Instagram เพิ่มฟีเจอร์ ‘ช็อปปิ้งผ่าน Influencer’

cr. Searchenginejournal

Instagram ได้ประกาศเตรียมปล่อยฟีเจอร์ช็อปปิ้งเพิ่มเติมจากฟีเจอร์ “Checkout” ที่เคยประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้ โดยฟีเจอร์ใหม่นี้จะทำให้คุณสามารถเลือกซื้อสินค้าได้โดยตรงผ่านรูปภาพที่โพสในบัญชี Instagram ของ Influencer หรือ Creator ทั้งหลาย

ที่น่าสนใจคือฟีเจอร์นี้ไม่ใช่เพียงการคลิกลิ้งค์เพื่อไปซื้อของบนหน้าเว็บต่างๆ เเต่คุณสามารถซื้อของต่างๆ เสร็จสรรพภายในตัวแอปพลิเคชั่น Instagram ได้โดยตรงเลย โดยจะเริ่มใช้กับบุคคลสาธารณะหลายๆ คนอย่าง Kanye West, Kylie Jenner, Gigi Hadid, Ronnie Fieg และ Ashley Strong ในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้

วิธีการใช้งานฟีเจอร์นี้จะเหมือนกับฟีเจอร์ช็อปปิ้งที่เคยปล่อยออกมาก่อนหน้านี้อย่าง “Checkout” คือเมื่อคุณจิ้มไปที่รูปภาพสินค้าต่างๆ ในรูปภาพ จะปรากฏกรอบป็อปอัพเล็กๆ ขึ้นมา และคุณสามารถที่จะกรอกรายละเอียดการส่งของและทำการชำระเงินได้ทันทีภายในแอปพลิเคชั่น Instagram

นอกเหนือจากการเลือกซื้อสินค้าผ่านตัวบุคคลสาธารณะแล้ว ฟีเจอร์นี้ยังใช้ได้กับการซื้อสื่อสิ่งพิมพ์จากบัญชี Instagram อย่างเป็นทางการของสำนักพิมพ์ โดย GQ และ Vogue จะเข้าร่วมในเวอร์ชั่นทดลอง วันที่ 9 พฤษภาคมนี้เช่นกัน

Netflix แอบทดลองเพิ่มปุ่ม “Random Episode” ในเนื้อหาประเภทซีรีส์

มีผู้ใช้บางคนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในขณะที่ดูซีรีส์บางตอนจบพบว่าปุ่ม Next Episode กลายเป็นปุ่ม Random Episode แทน และในหน้า Home ตอนเลือกสิ่งที่ต้องการจะดู หน้าปกของซีรีส์บางเรื่องอย่าง Friends และ The Office ก็มีไอคอนรูป Random Episode สีแดงปรากฎอยู่ที่มุมบนขวา ซึ่งคาดว่า Netflix น่าจะทำเพื่อเลียนแบบการออกอากาศของซีรีส์เหมือนในทีวี

ถึงอย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็ยังเป็นเพียงการทดลองของ Netflix ที่เพิ่มเข้ามาใช้กับสมาชิกบางคนเท่านั้น หรือไม่แน่อาจจะมีการใส่เข้ามาอย่างเป็นทางการในอีกไม่นาน เหมือนในกรณีที่ Netflix เพิ่มฟีทเจอร์แชร์สิ่งที่เรากำลังดูอยู่ไปใน Story ของ Instagram เมื่อครั้งก่อน แต่ฟีทเจอร์นั้นก็ใช้ได้เฉพาะระบบ iOS เท่านั้น สำหรับปุ่ม Feature ที่บางคนเจอก็มีคนแคปมาให้ดูในทวิตเตอร์ตามที่แนบมาด้านล่างนี้เลย