แคมเปญจาก Missguided ความไม่สมบูรณ์แบบคือเอกลักษณ์ของความสวยงาม

Missguided Campaign
Missguided #InYourOwnSkin

ทุกวันนี้หลายแบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์ก็ร่วมกันกำจัดค่านิยมแบบเก่าๆ ในเรื่องของความสวยงามให้หลุดพ้นจากกรอบแบบเก่าๆ ที่มักจะติดอยู่กับ “ความสมบูรณ์แบบ” ในทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวที่สวยต้องมีลักษณะอย่างไร หรือหุ่นที่ดีต้องมีลักษณะอย่างไร และบรรทัดฐานเดิม ๆ อย่างนางแบบที่ต้องมีหุ่นผอมเพรียวเท่านั้น

แบรนด์ Missguided ก็ได้สนับสนุนความสวยงามที่หลุดออกจากกรอบเดิม ๆ เปลี่ยนสิ่งที่เคย “ไม่สมบูรณ์แบบ” ให้เป็นความสวยงามที่ไม่ต้องมีคำจำกัดความ และสิ่งที่เคยคิดว่าเป็น “ข้อบกพร่อง” ให้กลายเป็นเรื่องที่ปกติ บอกเล่าคอนเซปต์ต่างๆ ออกมาผ่านภาพถ่ายในแคมเปญล่าสุด #InYourOwnSkin ที่เผยให้เห็นภาพของนางแบบ 6 คนที่มีจุดสังเกตบนร่างกายที่เห็นได้ชัดแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น ปาน กระ รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุไฟไหม้ รูปร่าง และอื่นๆ เท่าที่ผู้มองจะสังเกตุและตีความได้

Maya หนึ่งในเหล่านางแบบ เธอต้องเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับผิวที่เธอต้องเผชิญนั่นคือ Epidermolysis Bullosa หรือโรคดักแด้ ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งแตก ผิวหนังเปราะบางเกิดการติดเชื้อที่หาได้ยาก มีเพียง 5,000 ใน UK เท่านั้นที่เป็นโรคนี้ เธอได้เผยถึงความรู้สึกที่มีต่อแคมเปญนี้ว่า “ฉันคิดว่าเรากำลังสิ่งที่สร้างพลังและความมั่นใจให้กับผู้หญิงได้มากกว่าครั้งไหน”

เธอยังได้กล่าวชื่นชมทางแบรนด์ที่ออกมาแก้ภาพความเป็น ผู้หญิง ให้หลุดออกจากกรอบเดิมๆ ที่ผูกติดกับความงามในอุดมคติที่เกิดจากความเชื่อที่ไม่เข้าใจในเรื่องของความงามที่แท้จริง

Missguided Campaign
Missguided #InYourOwnSkin

นางแบบอีกคนเธอชื่อว่า Beth นักศึกษามหาลัยที่มีโรคสะเก็ดเงิน และนี่ก็เป็นงานถ่ายแบบงานแรกของเธอด้วย เธอได้เผยสิ่งที่เธอเชื่อมั่น เกี่ยวกับความหมายของความสวยงามว่า “สำหรับเธอแล้ว ความสวย คือสิ่งที่อยู่ภายใน คือนิสัย ความสุข ความรัก และการยอมรับตัวเอง”

นางแบบอีกคนเธอมีดีกรีเป็นถึง แฟชั่นดีไซเนอร์ ชาวบราซิล อายุเพียง 24 ปี ก็ได้เข้าร่วมแคมเปญนี้ด้วยเช่นกัน เธอเกิดมาพร้อมปานขนาดใหญ่ที่ใบหน้า เธอได้เผยถึงความในใจว่า

ทางแบรนด์ Missguided ได้ออกมาเปิดเผยถึงจุดประสงค์ของแคมเปญนี้ในงานเปิดตัวว่า ตั้งใจจะให้เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของทางแบรนด์ ในการที่จะขับเคลื่อนเรื่องราวเหล่านี้ #KeepOnBeingYou ให้ไปไกลทั่วโลก

การต่อต้านค่านิยมของแคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนของแบรนด์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการมีความมั่นใจในตัวเอง ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ และหยุดไล่ตามสิ่งที่โลกบอกว่ามันคือ ความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบ แม่งไม่มีอยู่จริง

แคมเปญนี้ตั้งใจสื่อสารในเรื่องของการสร้างพลังความมั่นใจ และค่านิยมรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความแตกต่างบนเรือนร่างตลอดจนความหลากหลาย เช่น การใช้นางแบบที่มีรอยด่างขาวและเผยแพร่ออกไปโดยไม่มีการแก้ไขหรือตกแต่งภาพ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็ได้มาการเปิดตัวชุดต่างๆ ที่ใช้หุ่นลองเสื้อที่มีรอยแตกลายและด่างขาว ซึ่งถึงแม้ว่าจะโดนชาวเน็ตโจมตีเรื่องที่ว่าแบรนด์จงใจสร้างรอยเหล่านั้นขึ้นมา มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ทางแบรนด์ก็ปฏิเสธในเรื่องนี้ไป

อย่างไรก็ตามหลังจากเปิดตัวแคมเปญนี้ก็มีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นว่า ในวงการแฟชั่นทุกวันนี้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของความสวยงามไม่เคยถูกตีความได้หลากหลายเท่าปัจจุบัน


Source: https://www.independent.co.uk/life-style/fashion/missguided-female-flaws-imperfections-celebration-campaign-body-positivity-fashion-a8345176.html

BOTTEGA VENETA “THE HANDLE” กระเป๋าที่ถูกยกให้เป็นไฮไลต์ในคอลเลกชัน Fall 2020

สำหรับคนที่เป็นแฟนคลับสินค้าแบรนด์หรูจะคุ้นตากับเอกลักษณ์หนังสานของสินค้าจากแบรนด์ Bottega Veneta เป็นอย่างดี เพราะนี่คือเอกลักษณ์ที่อยู่คู่แบรนด์มาตั้งแต่รุ่นบุกเบิกจวบจนคอลเลกชันล่าสุด FALL 2020 ซึ่งในคอลเลกชันนี้ก็มีสินค้าหลายชิ้นที่ถูกฝัง DNA ลายสานนี้ลงไป เป็นภาพจำของแบรนด์โดยไม่จำเป็นต้องมีโลโก้ และยังเป็นสิ่งที่ Bottega Veneta สื่อสารออกมาอย่างต่อเนื่องผ่านสินค้าในแต่ละคอลเลกชัน

ในคอลเลกชัน Fall 2020 นี้เองก็ได้สร้างความฮือฮาไปทั่วงานเปิดตัวเมื่อต้นปี 2020 ที่ผ่านมา ท่ามกลางสายตาของผู้เข้าชม มีสินค้าหลายชิ้นที่ถูกพูดถึงและถูกยกให้เป็นไฮไลต์ อย่างไรก็ตามสินค้าทุกชิ้นได้ถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจและประณีตในทุกรายละเอียดโดยฝีมือของครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์คนล่าสุดของแบรนด์อย่าง แดเนียล ลี (Daniel Lee)

แน่นอนว่าหนึ่งในสินค้าที่ทุกคนรอคอยคือกระเป๋าถือ ” The Handle” ที่เมื่อได้เห็นก็ให้ความรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนที่แสนคุ้นเคยในลุคที่ต่างออกไป เพราะ ลี ได้เลือกซิลลูเอทของรุ่น “The Cabat Pouch” มาต่อยอด ปรับลุคใหม่เพิ่มความเยาว์ ให้เหมาะกับสไตล์ของผู้บริโภคในปี 2020 มากขึ้น ตั้งแต่รูปทรงที่ถูกปรับให้กระทัดรัดกว่าเดิม เพิ่มหูจับด้านบนของกระเป๋า เติมลูกเล่นดีไซน์เก๋ด้วยริบบิ้นหนังเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานหลากหลายรูปแบบ และสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือเทคนิคการสานหนังเส้น Intrecciato Padded Nappa 19 เอกลักษณ์ที่ถูกถ่ายทอดมาอย่างต่อเนื่องของ Bottega Vaneta ทำให้เป็นที่น่าติดตามอย่างมากว่าบนเส้นทางสายนี้ของ Daniel Lee กับ Bottega Veneta จะมีอะไรมาเซอร์ไพรซ์แฟนๆ อย่างเราอีกในคอลเลกชันหน้า…โปรดติดตาม

พาชมสไตล์การแต่งตัวของเหล่าเซเลบ’ในงานเปิดตัวคอลเลกชัน Fear of god จากแบรนด์ ERMENEGILDO ZEGNA

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ 25 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา กับคอลเลกชัน FEAR OF GOD สุดว้าวจากแบรนด์ ERMENEGILDO ZEGNA ที่ชื่อคอลเลกชัน FEAR OF GOD ก็เพราะว่า ทาง FEAR OF GOD ได้มาออกแบบคอลเลกชันนี้ให้แบบสุดพิเศษ เรียกได้ว่าเป็นผลงานการรร่วมงานระหว่างตัวเทพของทั้งสองแบรนด์ ซึ่งก็คือ Alessandro Sartor ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Zegna และ Jerry Lorenzo ผู้ก่อตั้ง FEAR OF GOD นั่นเอง

สำหรับงานเปิดตัวครั้งนี้จัดขึ้นที่เมืองที่เหมือนเป็นบ้านของเหล่าเซเลบและคนรวยอย่าง เบเวอร์รี่ฮิลส์ ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ก็เช่นเคยว่ามีเซเลบคนดังมากมายมาร่วมในงานนี้ แท็กทีมมากันทั้ง Michael B. Jordan, Dwyane Wade, Gabrielle Union, Usher, Quincy Brown และดีเจ Samantha Ronson วันนี้เลยพามาส่องเซเลบในงานวันนั้นว่า ชุดในคอลเลกชันนี้จะแมทช์ออกมาในสไตล์ไหนได้บ้าง

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

เริ่มกันที่ Michael B. Jordan มาในชุดบอมเบอร์แจ็คเกตผ้าวูลสีเทา กางเกงผ้าวูลจับจีบ เสื้อยืดคอกลมสีขาว เข็มขัดผ้าฝ้ายถัก รองเท้าหนังกลับสีเทา

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

Dwyane Wade มาในเสื้อเชิ้ตสีดำแขนสั้น กางเกงขายาว และคัมเมอร์บันด์ผ้าวูลจับจีบสีดำ ส่วนหวานใจอย่าง Gabrielle Union มาในเสื้อแจ็คเกตผ้าวูลสีดำ แมชท์กับกางเกงยีนส์ เสื้อยืดคอกลมสีดำ และคอมพลีทลุคด้วยรองเท้าหนัง Slip-ons

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

Usher เองก็มาในลุคเสื้อฮู้ดผ้าแคชเมียร์สีดำ กางเกงวอร์มสีดำ คอมพลีทลุคด้วยรองเท้าผ้าใบหนังกลับ

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

ทางด้าน Quincy Brown สวมเสื้อเทรนช์โค้ชผ้าวูลสีเทา กางเกงขายาวผ้าวูลดีเทลจับจีบเดี่ยว ใส่เสื้อคอเต่าด้านใน คอมพลีทลุคด้วยรองเท้าบู้ทหนังกลับ

 FEAR OF GOD by ERMENEGILDO ZEGNA

ปิดท้ายด้วยดีเจ Samantha Ronson สวมเสื้อสเวตเตอร์โลโก้ ZEGNA และกางเกงวอร์มสีดำ ในลุคสบายๆ

BALENCIAGA WINTER 2020 แคมเปญเลิศ สร้างสีสัน ช่วงล็อคดาวน์ COVID-19

BALENCIAGA WINTER 2020 CAMPAIGN

ฤดูหนาวปีนี้อาจไม่เหมือนปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าความตื่นตระหนกจะลดลงไปตามช่วงเวลา แต่สถานการณ์ของแบรนด์ต่างๆ ยังคงไม่แน่นอน อันเนื่องมาจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบไปทุกซอกทุกมุมทั่วโลก เป็นโจทย์หนักแวะเวียนเข้ามาทักทายบรรดาครีเอทีฟและนักการตลาดในรอบหลายปี

BALENCIAGA ตีโจทย์แตกกับสถานการณ์ช่วงล็อคดาวน์ หยิบอินไซต์ของผู้คนทั่วโลก ที่เรียกได้ว่าเป็น ‘ประสบการณ์ร่วมของเราทุกคนบนโลก’ ได้อย่างเต็มปาก เกิดเป็นแคมเปญช่วงฤดูหนาว 2020 ของบาเลนเซียกา ออกมาในรูปแบบ “ภาพที่ผลิตขึ้นเองในสไตล์แบบเฉพาะของตน” โดยบรรดาเครือข่ายเพื่อนอันกว้างขวางของบาเลนเซียกา ที่เชื่อมต่อกันผ่านหน้าจอในขณะที่แยกกันอยู่บ้าน

BALENCIAGA WINTER 2020 CAMPAIGN

“การแสดงความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง” เป็นแรงบันดาลใจของแคมเปญ BALENCIAGA WINTER 2020 ซึ่งยกขบวนทีมครีเอทีฟ สไตล์ลิสต์ นักออกแบบ รวมถึงศิลปินอย่าง Cardi B, Eliza Douglas มาสวมชุดของคอลเลกชันใหม่ในพื้นที่ล็อคดาวน์ของตัวเอง

แคมเปญนี้นับเป็นการนำเสนอสินค้าคอลเลกชันใหม่แบบง่ายๆ โดยข้ามขั้นตอนและหลักการทำแคมเปญแบบที่เคยทำ แต่ใช้ไลฟ์สไตล์ของเราที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หรือจะให้พูดเข้าใจง่ายๆ ก็คือ “เอาสินค้าคอลเลกชันใหม่ไปแล้วถ่ายมุมไหนก็ได้ของสถานที่ที่ใช้ชีวิตหรือกักตัวอยู่ตอนนี้ แล้วอัปลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดในการทำแคมเปญนี้ในช่วงล็อคดาวน์นั่นเอง”

BALENCIAGA WINTER 2020 CAMPAIGN

ภาพที่ออกมาเลยมีหลากหลายแนวทั้งถ่ายแบบบ้านๆ หน้ากระจก ถ่ายที่สวนหลังบ้าน ถ่ายหน้าตู้เสื้อผ้า ในห้องนอน ห้องโถง ในห้องทำงาน ตลอดจนมืออาชีพจัดไฟสวยๆ ถ่ายในสตูดิโอ ซึ่งสถานที่เหล่านี้เองกลายเป็นพื้นที่จัดแสดงสินค้าไปโดยปริยาย มันเลยออกมาเป็นภาพถ่ายป่วงๆ อย่าง ภาพเสื้อคลุมไหล่สีเข้มแต่ใส่อยู่ในห้องโถง ภาพชุดคลุมที่ถูกวางคลุมทิ้งไว้บนจักรยาน หรือภาพกระเป๋ารุ่น Neo Classic และ กระเป๋ารุ่น Lunch Case Boxes ที่ยัดของจนล้น

ท่ามกลางสัญญาณความบ้าคลั่งจากความสะดวกสบายและความคับแคบของสถานที่ที่คุ้นเคย ผสมรวมกับความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขีดจำกัด แคมเปญ BALENCIAGA ประจำฤดูหนาวปี 2020 นับเป็นการแบ่งปันอารมณ์ของการแต่งตัวเอง เพื่อตัวเองในการอยู่คนเดียว หรือในโหมดอื่นๆ ในระหว่างที่เรายังจำเป็นต้องติดต่อหากันแบบเว้นระยะห่างอยู่ในขณะนี้

ภาพรวม BOTTEGA VENETA แบรนด์ Luxury สัญชาติอิตาเลียน กับคอลเลกชัน Fall 2020

BOTTEGA VENETA (โบเตก้า เวเนต้า) แบรนด์กระเป๋าหนังเก่าแก่สไตล์ Luxury สัญชาติอิตาลีในเครือ Kering ที่มีเอกลักษณ์คือการใช้หนังเส้นมาสานด้วยเทคนิคการสานแบบ อินเทร็ตชาโต (Intrecciato) จนกลายเป็นดีเอ็นเอของแบรนด์จวบจนปัจจุบัน แม้ว่าจะขยายไลน์การผลิตเพิ่มในสินค้าอีกหลากหลายประเภท ตั้งแต่เสื้อผ้า รองเท้า ตลอดจน เครื่องประดับ แต่ในทุกๆ คอลเลกชันก็จะมีลายสานอันเป็นเอกลักษณ์สอดแทรกอยู่เสมอ

เช่นเดียวกับในคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง 2020 (Fall 2020) โดยการควบคุมการออกแบบของ “Daniel Lee” ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ BOTTEGA VENETA ที่เปิดตัว ณ กรุงมิลาน ประเทศอิตาลี ไปเมื่อกุมภาพันธ์ 2020 ที่ผ่านมา ในคอนเสปต์ว่าด้วยเรื่องของ “A rush of vitality and movement, Fall 2020 celebrates sublime evolution. พลังและการเคลื่อนไหวที่แรงกล้า คอลเลกชันเพื่อการเฉลิมฉลองวิวัฒนาการอันเลอค่าและสง่างาม”

สินค้าในคอลเลกชันนี้ถูกออกแบบโดยการนำเอาแรงบันดาลใจจากผลงานของแบรนด์ในช่วงแรกๆ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนนุ่มมานำเสนอผ่านรูปทรงและผิวสัมผัส ผสมผสานกับนวัตกรรมอันก้าวหน้าในการออกแบบ ตัดเย็บ รวมถึงงานฝีมืออันเป็นมรดกตกทอดและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาช้านาน เติมกลิ่นอายให้เสื้อผ้ามีความร่วมสมัย แปลกใหม่ ให้ความรู้สึกพลิ้วไหวราวบทกวี เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเมื่อสวมใส่

ในส่วนของเสื้อผ้าในคอลเลกชันนี้ถูกออกแบบด้วยผ้านิตและผ้าเจอร์ซีย์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษคือความยืดหยุ่น เพื่อการเคลื่อนไหวที่สะดวกสบาย ดีไซน์ที่คงไว้ซึ่งความหรูหราด้วยการทำให้ลำตัวดูสูงยาวโดดเด่นเป็นสง่ามากขึ้นเมื่อสวมใส่ เห็นได้จากโค้ตของผู้ชายและผู้หญิงที่สวมทับเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่มีความยาวเลยข้อมือ และชุดผ้านิตอัดพลีตที่ช่วยสร้างเท็กซ์เจอร์ลายทางพรางตาให้ลำตัวดูสูงยาวมากขึ้นไปอีก

ทางด้านสปอร์ตแวร์และสตรีทแวร์ของคอลเลกชันนี้ นอกจากผ้าเจอร์ซี่ย์แล้ว ยังมีการใช้วัสดุอื่นอย่างผ้าไนลอน และหนัง มาผสมผสานในสินค้าจำพวก แจ็คเก็ต โค้ต ปาร์ก้าโค้ต ทั้งของผู้ชายและผู้หญิง ซึ่งใน Category นี้เอง Daniel Lee ได้นำเสื้อผ้าชิ้นคลาสสิกของ BOTTEGA VENETA มาสร้างสรรค์ใหม่ด้วยดีเทลที่น่าสนใจ เพื่อสร้างความร่วมสมัยและความสนุกสนานให้กับเสื้อผ้า ไม่ว่าจะเป็นเสื้อโค้ต เชิ้ตเดรส เชิ้ต และเสื้อสูท

การออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในคอลเลกชันนี้เปรียบดั่งซิกเนเจอร์ คือการออกแบบสินค้าบางชนิดที่สร้างความแปลกตาฉีกออกจากชิ้นอื่นๆ ในคอลเลกชันเดียวกันอย่างการใช้ เส้นริ้วผ้าหรือริ้วหนังที่ชายกระโปรง เสื้อคลุ้ม ริ้วขนเฟอร์ที่ปลายเสื้อโค้ต การใช้เทคนิคสายรูดสร้างลวดลายและวอลลุ่มบนตัวเสื้อผ้า ให้กลิ่นอายสปอร์ตแวร์

สุดท้ายนี้ถ้าไม่พูดถึงคงไม่ได้กับดีเทลอันเป็นเอกลักษณ์อย่างการสานหนังด้วยเทคนิค Intrecciato ที่บ่งบอกถึงความเป็น BOTTEGA VENETA ได้โดยไม่ต้องมี Logo ที่ถูกนำมานำเสนอออกมา ผ่านในส่วนของเสื้อผ้า กับโค้ตไม่มีแขน ด้วยการผสมผสานกับนวัตกรรมสมัยใหม่กับงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์และมรดกของแบรนด์ ที่พิเศษไม่แพ้กันคือการนำเอาทรงของเคป (Cape) หรือผ้าคลุม มาใช้กับเสื้อเชิ้ต โค้ต และชุดกระโปรง ด้วยการทำแขนเสื้อรูปทรงปีกสามเหลี่ยม หรือการปล่อยแขนเสื้อให้กลายเป็นเหมือนผ้าคลุมด้วยการคลุมไหล่แบบเท่ๆ

คอลเลกชัน Fall 2020 เน้นโทนสีดำ เบจ น้ำตาล เทา เขียวเข้ม เขียวอมเหลือง เข้ากับความเป็นฤดูใบไม้ร่วง และมีการใช้สีแดงกับสีเหลืองเพิ่มเข้ามาเพื่อสร้างความสนุกสนานในคอลเลกชันนี้ได้เป็นอย่างดี ไม่เว้นแม้ในส่วนของแอคเซสเซอรี ตั้งแต่รองเท้าบู๊ตหัวเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ตลอดจนกระเป๋าหลากหลายแบบที่ยังคงดีไซน์ของความเป็นแบรนด์กระเป๋าหนังสานในแบบของ BOTTEGA VENETA ดังเช่นกระเป๋าเพาช์ (Pouch Bag) หรือกระเป๋าคลัตช์สีเหลือง ที่ดึงดูดสายตาผู้คนตั้งแต่เริ่มในงานเปิดตัว

ทาง BOTTEGA VENETA เองเคลมว่าเสื้อผ้าในคอลเลกชันนี้เป็นเหมือนดั่ง “การเดินทางในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ การสร้างนิยามของความสง่างามรูปแบบใหม่ในทุกโอกาสแห่งการใช้ชีวิต” ซึ่งทาง What A Dope เองก็เห็นด้วย เพราะถึงแม้ว่าโดยรวมแล้วคอลเลกชันนี้จะเป็นแฟชันทางฝั่งของเมืองอากาศหนาวฟากยุโรป แต่บางชิ้นก็สามารถปรับใช้สวมใส่ในชีวิตประจำวันในเมืองร้อนอย่างบ้านเราได้ในหลายๆ โอกาสอย่างไม่เคอะเขิน เหล่าสาวก BOTTEGA VENETA เชิญรับชมสินค้าในคอลเลกชัน FALL 2020 ได้แบบเต็มๆ ตาผ่านสไลด์โชว์ด้านล่างนี้ได้เลย

BREDA นาฬิกาข้อมือดีไซน์เหนือกาลเวลาสัญชาติอเมริกัน ที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม

นาฬิกาในฝันของคุณยี่ห้ออะไรกันครับ Rolex, Cartier, Patek Philippe หรือนาฬิกากันแดดชื่อดัง Richard Mill ส่วนของผมคือ Cartier ครับ หากว่าวันไหนเงินเหลือๆ ซื้อแล้วไม่เดือดร้อน ก็คงจะซื้อมาไว้ในครอบครองสักเรือน แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ตอนนี้

หากคุณไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นแบรนด์เนม มองว่านาฬิกาเป็นแค่เรื่องของแฟชั่น และความสวยงาม ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเก็งราคา ถ้าคุณกำลังมองหานาฬิกาสักเรือน ผมขอพาคุณไปรู้จักแบรนด์นาฬิกาน้องใหม่ ที่เพิ่งถือกำเนิดมาเพียงไม่กี่สิบปีเท่านั้นอย่าง BREDA Watch กันครับ

แรกสบพบเจอ ผมก็ตกหลุมรักเข้าอย่างจัง กับ BREDA Watch อาจเพราะดีไซน์ที่ค่อนข้างคลิกกับรสนิยมของผม สาเหตุที่ได้มาเจอกับนาฬิกาแบรนด์นี้ทั้งที่ตัวบริษัทตั้งอยู่ไกลถึงเมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา อีกทั้งยังไม่มีชอปในไทยเลยสักแห่ง นั่นเป็นเพราะ Facebook ยิงโฆษณาอย่างแม่นยำมาหาผม ที่กำลังมองหานาฬิกาสักเรือนผ่านการค้นหาบนอินเทอร์เน็ต

ภาพนาฬิกาสายโลหะรุ่น VISSER เหมือนรักแรกพบที่ทำให้ผมคลิกโฆษณาของ BREDA บนเฟซบุ๊ก เพื่อเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนาฬิกาแบรนด์นี้ แต่ก็ยังไม่ตัดสินใจกดซื้อเพราะถึงแม้แอดมินเพจจะบอกว่า “ขอโทษด้วย เราไม่มีชอปในไทยแต่เราส่งทั่วโลกนะ” แต่ด้วยมูลค่าของนาฬิการาคาที่พอจะคุยกันได้ 145 USD หรือราว 4,500 บาท บวกค่าส่งอีก 20 USD ประมาณเกือบ 600 บาท ก็ทำให้ลังเลว่า กี่วันถึง แล้วกว่าจะได้ของ กลัวจะเปลี่ยนใจไปชอบรุ่น VIRGIL นาฬิกาข้อมือที่ทรงใกล้กับ Cartier Tank ที่สุด แต่สายเป็นโลหะสีเงินและหน้าปัดสีครีม ที่ยังสองจิตสองใจอยู่แทน

สำหรับ BREDA เน้นภาพลักษณ์และดีไซน์ที่มีความโมเดิร์นทันสมัย และดีไซน์ที่ค่อนข้างหลากหลาย แต่ละคอลเลกชันจะแตกต่างกันชัดเจน เพื่อให้ผู้สวมใส่ได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด อย่างที่เห็นได้ในคอลเลกชันล่าสุด ที่เน้นให้แสดงออกถึงความสนุกสนาน ง่ายๆ สบายๆ สปอร์ต กระฉับกระเฉง และความเป็นคนขี้เล่นไปในตัว ด้วยการออกแบบสายให้เป็นพลาสติกใส ดูวัยรุ่นและมีกลิ่นอายของความย้อนยุคไปด้วยในตัว สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ลงไปคือ ความมีสไตล์และดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา หยิบมาใส่ได้ในทุกโอกาสใน

สำหรับ BREDA ในบ้านเราอาจยังเป็นนาฬิกาน้องใหม่นอกกระแส แต่ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่กล้าเรื่องดีไซน์ ถ้าเทียบกับแบรนด์นาฬิกาแมสๆ ทั่วไปบ้านเรา ก็กล้าพูดได้เลยว่าหานาฬิกาที่ดีไซน์เหมือน BREDA ค่อนข้างยาก ถ้าไม่นับนาฬิกาแฟชันที่ผลิตแบบไร้คุณภาพ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ ผมจะไม่สารภาพหักหลังคุณเหมือนบทความอื่นๆ ว่านี่คือบทความโฆษณาที่ BREDA จ้างผมมา แต่เนื่องด้วยสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเข้าเว็บไซต์ไปดูนาฬิกาของ BREDA บ่อยจริงๆ (แม้ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อ) ก็แค่ชอบเลยมาแนะนำบอกต่อปากต่อปาก เหมือนเพื่อนนั่งเมาท์กันแค่นั้นจริงๆ ครับ

ใครที่อยากรู้จัก BREDA ให้มากขึ้น เผื่อว่าคุณจะหลงรัก BREDA เหมือนผม https://www.bredawatch.com/

‘Beture’ 2020 คอลเลกชันประจำปี ต้อนรับ Pride Month จาก NIKE – เข้าไทย 22 มิ.ย. 63

ทุกเทศกาลแบรนด์แฟชันและเครื่องแต่งกายไม่ว่าจะแบรนด์หรูตลอดจนสายสตรีท ก็มักจะออกคอลเลกชันพิเศษมาแข่งขันกัน ซึ่งนอกจากตามซีซันปกติทั่วไปอย่าง Winter Fall Summer Spring แล้ว ก็ยังมีโอกาสหรือเทศกาลพิเศษที่แบรนด์ต่างๆ ก็ออกคอลเลกชันมาเพื่อให้ทันกระแสสังคมกันอยู่เรื่อยไป

รวมถึงเทศกาลอย่าง Pride หรือ Pride Month ที่ถูกกำหนดขึ้นให้เดือน มิถุนายน ของทุกปี เป็นเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ LGBTQIA+ เพื่อความเท่าเทียมกันของคนทุกคน ซึ่งคอลเลคชันที่ออกมาช่วงเดือนนี้บางแบรนด์ก็ออกแบบสินค้าเพื่อให้ตรงกับกระแสปัจจุบัน และเพื่อแสดงจุดยืนในการสนับสนุนความเสมอภาคของคนทุกเพศ โดยการนำสีรุ้ง ที่เป็นสีของธงอันเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม LGBTQIA+

Nike เองก็เป็นหนึ่งในแบรนด์เหล่านั้น ที่เมื่อถึงเดือนมิถุนายน ก็จะมีคอลเลกชัน BETRUE ออกมา และเพื่อให้มีความเป็นเอกลักษณ์สื่อถึง Pride Month ก็มีการใส่สีรุ้งเข้าไปในสินค้าคอลเลกชันนี้ด้วย โดยในปี 2020 นี้เอง ทาง Nike ก็ได้หยิบสินค้ายอดฮิตอย่าง AIR FORCE 1, AIR DESCHUTZ, และ AIR MAX 2090 มาเล่นในคอลเลกชัน BETURE ในเดือน Pride Month

สำหรับคอลเลกชัน Nike Betrue 2020 ได้เปิดตัวไปแล้วในบางประเทศ และมีกำหนดจะวางขายในประเทศไทยในวันที่ 22 มิถุนายน 2563 นี้ เวลา 9 โมง โดยราคา Air Force 1 ‘BETRUE’ อยู่ที่ 5,500 บาท, Air Max 2090 ‘BETRUE’ อยู่ที่ 5,500 บาท และ AIR DESCHUTZ ‘BETRUE’ อยู่ที่ 2,900 บาท

Ermenegildo Zegna x Fear of God เมื่อแบรนด์เสื้อผ้าสุดเนี้ยบระดับไฮเอนด์มาเจอกับแบรนด์เสื้อผ้าสตรีทชื่อดังระดับโลก

ถ้าพูดถึง Ermenegildo Zegna หลายๆ คนอาจไม่ค่อยคุ้นหูเหมือนกับ Gucci, LV, Chanel จะเรียกว่าไม่ฮิตเท่าก็ว่าได้ อาจจะเพราะ Zegna เน้นที่สินค้าเจาะกลุ่มผู้ชายเป็นหลักแต่แบรนด์ไฮเอนด์สัญชาติอิตาลีคุณภาพไม่แพ้แบรนด์ไฮเอนด์ที่คุณรู้จักเลย

คอลเลกชันสุดพิเศษนี้เกิดขึ้นจากการที่ อเลสซานโดร ซาร์โตริ อาร์ทไดเรกเตอร์ของ Zegna ได้พูดคุยกับ เจอร์รี่ ลอเรนโซ ผู้ก่อตั้ง Fear of God แบรนด์สตรีทแฟชั่นชื่อเสียงก้องโลก ด้วยแนวคิดและเคมีที่ตรงกัน เลยเกิดเป็นคอลเลกชันที่ถูกสร้างสรรค์จากความอิสระและเต็มไปด้วยสุนทรียะ ไม่จำกัดเพศ ที่แม้จะเป็นเสื้อผ้าผู้ชายแต่ผู้หญิงก็สามารถสวมใส่ได้

ความพิเศษของคอลเลกชัน Ermenegildo Zegna x Fear of God นี้ นอกจากจะเป็นการผสมผสานสไตล์จากมิลานและลอสแองเจลลิสอันเป็นถิ่นกำเนิดของทั้งสองแบรนด์แล้ว ยังเป็นการฟิวชั่นกันระหว่างฝีมือและความเนี้ยบของการตัดเย็บและแมตทีเรียลคุณภาพสูงของแบรนด์เสื้อผ้าสุดหรูอย่าง Zegna กับความเป็นเสื้อผ้าสตรีทที่ครองใจคนทั่วโลกอย่าง Fear of God ออกมาได้อย่างลงตัว

ในคอลเลกชันนี้ประกอบไปด้วย ชุดสูทแจ็กเก็ตไร้คอปกแบบมีกระเป๋าด้านข้าง โค้ตที่ออกแบบให้สวมใส่สบายที่ใช้คอนเสปต์ไซส์เดียวแต่ใส่ได้ทุกคนและทำจากเนื้อผ้าธรรมชาติเกรดพรีเมี่ยม เชิ้ตแจ็กเก็ตทำจากหนังนิ่มเบา และบอมเบอร์แจ็กเก็ตหนังสีดำที่มีโลโก้ของ Zegna และ Fear of God คู่กันอยู่บริเวณด้านหลัง ตามมาด้วยยีนส์ลำลอง เครื่องประดับ รองเท้าบูทสไตล์ตะวันตก เข็มขัดสาน ทั้งหมดทั้งมวลนี้จะใช้โทนสีเทาเมอแลง น้ำตาลวิคูน่า น้ำตาลอมเทา และโทนสีเอิร์ธโทน โดยจะวางจำหน่ายช่วงเดือนกันยายนปีนี้ 2020 ที่ชอป Ermenegildo Zegna, เว็บไซต์ Zenga.com และเครือข่ายร้านค้าระดับโลกที่สอดคล้องกับเอกลักษณ์แห่งงานสร้างสรรค์ของคอลเลคชั่นนี้

ชมรูปภาพทั้งหมดในคอลเลกชันนี้แบบละเอียดเต็มๆ ตา ได้ที่ด้านล่างนี้เลย

Stone Island จับมือ Browns เปิดตัวเสื้อแจ๊คเก็ตและกางเกงลายใหม่ต้อนรับ Winter Season

อากาศกำลังอยู่ในช่วงหนาวๆ Stone Island อิตาเลี่ยนสตรีทแวร์ชื่อดังกอดคอ Browns ได้งัดเอาเสื้อแจ๊คเก็ต เสื้อกันหนาวและกางเกงลายใหม่ออกมาเผยโฉมเป็นที่เรียบร้อย โดยจะมาในธีมสีหลักแบบเอิร์ธโทน

คอลเล็กชั่นใหม่นี้จะใช้วัตถุดิบหลักอย่างผ้าคอตตอนที่มีความทนทานผสมกับเส้นใย Cordura ถักขึ้นเป็นลายพรางแบบ Camo สามสี พร้อมกับตัดด้วยสีดำตลอดทั้งผืน

โดยคอลเล็กชั่นนี้ยังมีวีดีโอเปิดตัวที่ได้ Abdourahman Njie มานำเสนอคอลเล็กชั่นใหม่ด้วยวีดีสั้น “In Motion: Stone Island By Abdourahman Njie” สามารถกดเข้าไปดูได้ที่ด้านล่างนี้เลย

ใครที่อยากจับจองเป็นเจ้าของคอลเล็กชั่นนี้สามารถเข้าไปเช็คดูราคาได้เลยที่ Browns ทั้งในเว็บไซต์และหน้าร้านทั่วไปในวันที่ 31 มกราคม

คอลเลกชันใหม่รับปีหนูจาก Disney x Gucci ราคาเริ่มต้น $265 หรือ 8,000 บาท

เปิดปีใหม่มาไม่กี่วัน หลายๆ แบรนด์ก็เริ่มออกคอลเลกชันใหม่ต้อนรับปี 2020 ซึ่งตามปีนักษัตรของปฏิทินชาวจีนนั้นปีนี้นับเป็น “ปีหนู (ชวด)” หลายแบรนด์ก็เริ่มโชว์สิ่งที่เตรียมไว้สำหรับปีนี้กันแล้ว อย่างเช่น Adidas หรือแม้กระทั่งแบรนด์สินค้าแฟชั่นสุดหรูอย่าง Gucci เองก็ตาม

Gucci ได้หยิบตัวละครการ์ตูนอมตะตลอดกาลอย่าง Mickey Mouse จาก Disney มาสกรีนลงบนสินค้าสำหรับปีหนูในช่วงตรุษจีนนี้ เกิดเป็นคอลเลกชัน Disney x Gucci ออกมามากมายหลากหลายชนิด ตั้งแต่ สนีกเกอร์ รองเท้าแตะ กระเป๋า และบรรดาเครื่องประดับอื่นๆ ด้วยเช่นกัน

สำหรับสินค้าในคอลเลกชันนี้ทุกชิ้น เกิดขึ้นจากครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Gucci คือนาย Alessandro Michele โดยสินค้าส่วนใหญ่จะถูกออกแบบโดยการใช้ลาย GG ของ Gucci มาเพิ่มตัวละคร Mickey Mouse เข้าไป ให้ดูสนุกสนานมากขึ้น ซึ่งแฟนๆ สนีกเกอร์ก็ไม่ต้องผิดหวังไป เพราะในคอลเลกชันนี้มีสนีกเกอร์ออกแบบมาให้เลือกกันถึง 4 แบบด้วยกัน ตั้งแต่ รุ่น GG Disney x Gucci Ace Sneaker, GG Disney x Gucci Slip-on Sneaker และ Disney x Gucci Rhyton Sneaker รวมถึงรองเท้าแตะและสลิปเปอร์

สำหรับคอลเลกชันนี้ได้เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา สามารถหาซื้อกันได้ที่ช็อปและออนไลน์ สินค้าราคาถูกที่สุดในคอลเลกชันนี้คือ Silk Neck Bow ผ้าผูกคอ-ผูกข้อมือ ราคา $265 หรือประมาณ 8,000 บาท

ไปชมรูปภาพคอลเลกชันนี้ด้านล่างนี้กันเลย!

ชมรายละเอียดสินค้าและราคากันได้ที่ลิงค์: https://www.gucci.com/us/en/ca/gifts/disney-x-gucci-c-gifts-chinese-new-year/1