THIS IS DOPE! แพชชั่นข้ามวงการ James Kent เมื่อเชฟเป็น Sneakerhead

Nike x Chef
เชฟ James Kent และทีมงานภายในร้าน

เรื่องราวของเชฟผู้มีใจรักในสนีกเกอร์กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่ผ่านมาก็มีเชฟที่เคยได้ร่วมออกแบบผลงานให้ Nike ด้วยเช่นกัน เรื่องราวในวันนี้ก็เป็นเชฟอีกคนหนี่งที่ทำงานในร้าน Fine dining หรือร้านอาหารหรูในย่านที่มีชื่อเสียงอย่างวอลล์สตรีทในแมนฮัตตัน James Kent เชฟผู้สวมใส่สนีกเกอร์ดูแลธุรกิจร้านอาหารของเขาทั้งสองร้านอย่าง ร้าน Crown Shy และร้าน Saga ซึ่งเขาใส่ทั้ง fragment design x Travis Scott x Air Jordan 1 Low และ Union x Air Jordan 1 วิ่งไปมาในครัวอย่างไม่กลัวเลอะ

นอกจากความหลงใหลในการทำอาหารและการบริหารจัดการร้านอาหารของเขาแล้ว เชฟ James Kent ยังได้แบ่งปันส่วนหนึ่งของหัวใจมาให้กับสนีกเกอร์อีกด้วย ในชั้นสะสมของเขาก็เต็มไปด้วยสนีกเกอร์โดยเฉพาะรุ่นคอลแล็บของ Nike และ Jordan ถึงแม้จะเป็นเจ้าของร้านหรู แต่ความรักในสนีกเกอร์ของเชฟก็จริงแท้แน่นอนจากจนสัมผัสได้ อีกทั้งลูกมือของเชฟภายในร้านก็เป็นสนีกเกอร์เฮดด้วยเช่นกัน จนเวลาลูกค้าเดินเข้ามาภายในร้าน Crown Shy หรือ Saga ก็จะเห็นภาพเชฟใส่ Off-White™ x Air Jordan 1 “Chicago” และทีมงานภายในร้านใส่สนีกเกอร์เดินไปเดินมา Union x Air Jordan 4 “Guava Ice.” เพราะถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้เป็นสนีกเกอร์เฮด เชฟก็จะซื้อสนีกเกอร์ให้คุณเป็นของขวัญในวันเกิดเอง

เชฟ James Kent เล่าว่าแพชชั่นของเขาและทีมงานเกี่ยวกับสนีกเกอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจร้านอาหารไปแล้ว พร้อมทั้งแบ่งปันเรื่องราวการทำร้านอาหาร Fin Dining ที่เป็นร้านอาหารหรูผู้คนที่มาที่ร้านก็จะต้องแต่งตัวที่ดูดีจนเป็นรูปแบบซ้ำๆ เหมือนๆ กัน แต่สำหรับเชฟความหรูของคนแต่ละเจเนอเรชันก็จะแตกต่างกันออกไป เขาเลยอยากให้คนที่มาที่ร้านอาหารของเขาแต่งตัวอย่างไรก็ได้ตามสบาย เพราะความหรูในคำนิยามของ James Kent คือสิ่งที่เราสร้างภูมิใจที่จะใส่ และสำหรับเชฟ สนีกเกอร์เป็นอะไรที่หรูที่สุด พอๆ กับการทำอาหารจานหรูเลยทีเดียว

เชฟได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขากลายเป็น Sneakerhead ว่า เขาอาศัยอยู่ที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นเมืองที่สนีกเกอร์เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก ในช่วงที่ยังเป็นเด็ก ครอบครัวของเชฟไม่ค่อยมีเงินมากนัก สนีกเกอร์เลยเป็นสิ่งที่เกินจะไขว่คว้ามาตลอด ทำให้ได้แต่มอง เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้จึงเหมือนได้ปลดปล่อยจากความเก็บกดมานาน เชฟยังเล่าถึงความคับข้องใจตอนเป็นเด็กว่า แม่ของเชฟเคยพาไปที่ร้าน V.I.M ณ 14th Street มีครั้งหนึ่งแม่ของเชฟซื้อรองเท้า PONY ที่คล้ายกับ Converse ให้ ด้วยความเป็นเด็กตอนนั้นจึงอายมาก เลยเอาเทปมาแปะทับโลโก้ PONY เอาไว้ จนเมื่อเข้า High School จนสามารถทำงานหาเงินเองก็เลยจัด Air Max 95 “Neon.” ให้ตัวเองไปหนึ่งคู่

เชฟเล่าต่อถึงการได้มารู้จัก Air Jordan 1 ครั้งแรก ก่อนที่จะกลายมาเป็นสนีกเกอร์คู่โปรด เชฟติดตามการเติบโตมีชื่อเสียงของ Air Jordan มาโดยตลอด จำได้ทุกเคมเปญการตลาด ทุกโฆษณา ทุกการโปรโมท แต่ช่วงนั้นเชฟไม่ได้ชอบ Air Jordan 1 เท่าในตอนนี้ ที่ชอบเพราะมันกลายเป็นรุ่นที่มีการคอลแลบมากที่สุดใน 5-10 ปีมานี้ และเป็นรุ่นที่มีความคลาสสิก การคอลแลบแต่ละครั้งก็เหมือนถูกทำให้ทันสมัยขึ้น เปรียบเทียบได้กับการทำอาหารของเชฟในร้านอาหาร ที่ต้องทำงานหนักมากร่วมกับทีมงานเพื่อรังสรรค์เมนูใหม่ขึ้นมา เมนูที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

เห็นเชฟเป็นคนนิวยอร์ก ทีมสัมภาษณ์เลยได้ถามเชฟไปว่า เชฟเป็นแฟนของทีมบาสเก็ตบอลจากนิวยอร์ก Knicks หรือเปล่า เพราะสำหรับแฟนทีมนี้แล้ว การใส่ Air Jordan เป็นเรื่องต้องห้าม เนื่องจาก Michael Jordan นับว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของ Knicks เลยกว่าได้ ซึ่งเชฟก็บอกว่า ใช่ เชฟเป็นแฟนพันธุ์แท้ทีม Knicks เป็นไปไม่ได้เลยที่เชฟจะเป็นแฟนของทีม Bulls แต่ก็ยอมรับว่าในช่วงนั้น Michael Jordan นั้นเก่งมาก และสนีกเกอร์ของเขาก็แสดงถึงความสำเร็จของเขาได้ดี ตอนเด็กเชฟก็ไม่ได้ไม่ชอบจอร์แดน แถมยังคิดว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้พ่อแม่ซื้อให้สักคู่

ด้วยความที่เส้นทางของอาชีพเชฟ และสนีกเกอร์เป็นภาพที่ไม่เคยมีใครจินตนาการถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นได้ออก แต่ก็เกิดขึ้นจนปกติในวงการสนีกเกอร์ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพไหนๆ เชฟจึงได้เปรียบเทียบให้ฟังถึงทั้งสองสิ่งนี้ว่ามีความรู้สึกต่อมันอย่างไร โดยเชฟเล่าว่า อาหารก็เหมือนกับรองเท้าสนีกเกอร์ เป็นเรื่องยากที่จะคิดเมนูใหม่ที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อนบนโลกใบนี้ ซึ่งทั้งอาหารและสนีกเกอร์ก็มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานทั้งคู่ การที่คิดอะไรออกมาแล้วจะไม่ซ้ำหรือไปคล้ายใครเลยจึงเป็นเรื่องยาก จนมีคำพูดที่ว่า ตลอดชีวิตของเชฟคนหนึ่ง จะสามารถคิดได้เพียงแค่ 5 เมนูเท่านั้นที่จะไม่ซ้ำกับใคร ยกเว้น Tinker Hatfield ผู้ซึ่งเป็นคนออกแบบต้นแบบของ Nike ส่วนใหญ่ในตลาด ล้วนมาจากฝีมือการออกแบบของเขา

เชฟยังได้อธิบายถึงเรื่องที่ว่าหากเป็นเมื่อสิบปีที่แล้ว การใส่รองเท้าสนีกเกอร์ในร้านอาหารหรูระดับนี้ อาจโดนสายตาของใครสักคนมองมาแบบไม่เป็นมิตร แต่วันนี้เชฟได้ทำให้สนีกเกอร์สามารถใส่ได้ในร้านอาหาร Fine Dining ไปแล้วตอนนี้ เชฟในวัย 40 บอกว่า คนรุ่นเชฟคือคนที่เติบโตมาพร้อมกับสนีกเกอร์และดนตรีฮิปฮอป และเป็นวัยที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของร้านอาหารแนว Fine Dining ดังนั้นแล้วคนวัยนี้จะเป็นคนสร้างกฎใหม่ขึ้นมาเอง

“ผมอยากให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจ เมื่อเข้ามาในร้านของผม ถ้าการแต่งตัวสำหรับคุณคือ การใส่ Union x Air Jordan 1s เสื้อเท่ๆ กางเกงยีนส์ ผมก็ต้องการให้คุณใส่แบบนั้น”

เมื่อถามถึงคำนิยามความหรูหราของเชฟว่าคืออะไร เชฟก็ได้บอกว่า ความหรูหราไม่ใช่สิ่งที่เคยเป็นเหมือนตอนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเชฟ สิ่งที่เชฟรู้สึกตอนนี้คือเมื่อลูกค้าเข้ามาในร้าน ก็แค่ทานอาหารแล้วก็จ่ายตังเท่านั้นแหละ อยากใส่อะไรก็ใส่มาเถอะ ผมอยากรู้สึกเป็นกันเองเมื่อคุณมาที่ร้านของผม และผมอยากให้ลูกค้ารู้สึกสบายใจ เมื่อเข้ามาในร้านของผม ถ้าการแต่งตัวสำหรับคุณคือ การใส่ Union x Air Jordan 1s เสื้อเท่ๆ กางเกงยีนส์ ผมก็ต้องการให้คุณใส่แบบนั้น

เชฟเล่าให้ฟังว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน มีชายคนหนึ่งมาทานที่ร้านอาหารแล้วเขาใส่ fragment design x Travis Scott x Air Jordan 1 Low ตอนเขาเดินผ่านครัวหันมาเห็นผมกำลังใส่สนีกเกอร์อยู่เหมือนกัน เราเลยหันมาทักกันว่า โย่! มันเป็นโมเมนต์ที่ดีมาก ๆ เชฟชอบมากเวลามีเรื่องราวดี ๆ แบบนี้เกิดขึ้น อยากให้ทุกคนเป็นกันเอง ร้านอาหาร Fine Dining สมัยนี้แตกต่างจากเมื่อก่อน ถ้ารู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่ใส่สูทมาทาน ดังนั้นก็เปลี่ยนเป็นใส่อะไรก็ได้ที่สบายกายและสบายใจแทนดีกว่า

ถึงตรงนี้หลายคนอาจสงสัยว่าเชฟและทีมงานทุกคนในร้านเป็นสนีกเกอร์เฮดกันหมดเลยหรือเปล่า เชฟก็ได้ยืนยันว่าไม่ทุกคน ทีมงานบางคนอาจจะใส่รองเท้าเชฟธรรมดา แต่ถ้าเป็นทีมเชฟในครัวแล้วล่ะก็ทุกคนใส่สนีกเกอร์กันหมด มีทุกแนว แต่ทุกคนต้องมีสนีกเกอร์ที่บ้านแน่ เพราะเมื่อถึงวันเกิดใครสักคนเชฟก็จะมอบสนีกเกอร์ให้เป็นของขวัญวันเกิด แต่ยกเว้นที่ร้าน Crown Shy มีกฎว่าพนักงานที่ต้องไปต้อนรับลูกค้าต้องใส่ยูนิฟอร์ม โดยพนักงานทีมนั้นจะใส่รองเท้า Clarks, Wallabees ซึ่งเป็นหนึ่งในไอเท็มของยูนิฟอร์มที่ทาง Dao-Yi Chow และ Maxwell Osborne จากทีม Public School ได้ทำการออกแบบให้

เมื่อคุยกับเชฟแบบนี้จะหลายคนอาจคิดว่าถ้าเป็นการร่วมงานระหว่างเชฟกับ Nike ในสนีกเกอร์ธีมเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งทางเชฟก็เห็นด้วยว่าน่าจะออกมาเจ๋งเลย ทำให้นึกถึงรุ่น Concepts x Nike SB Dunk High “TurDUNKen” กับภาพโปรโมทที่วางอยู่บนเตาปิ้งย่าง และ Ben & Jerry’s x Nike SB Dunk Low “Chunky Dunky” เชฟก็หวังว่าจะได้ร่วมงานกับ Nike ในวันข้างหน้าเช่นเดียวกัน ซึ่งเชฟก็ได้เคยลองออกแบบ Nike ในเวอร์ชันของตัวเองด้วย ซึ่งมีหลายรุ่นที่เชฟอยากลองออกแบบ และที่แน่ๆ ก็คือ Air Jordan 1 ซึ่งเชฟหลายคนก็ได้มีโอกาสร่วมงานกับ Nike แล้ว ทางเชฟ James Kent ก็กำลังรอโอกาสจากทาง Nike อยู่

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เชฟ James Kent ก็เลยได้ลองเปรียบเทียบคอลเลกชันสนีกเกอร์ของตัวเองที่มีอยู่กับเชฟคนอื่นๆ ดู ซึ่งเชฟเองก็คิดว่า คอลเลกชันสะสมของตัวเองก็ไม่แพ้เชฟคนอื่นๆ เลย อีกทั้งเชฟในทีมบางคนก็มีคอลเลกชันที่เด็ดไม่แพ้กัน เชฟอีกคนที่เชฟ James Kent รู้จักชื่อว่า JP จากร้านอาหารเกาหลีชื่อ ATOMIX ก็มีคอลเลกชันเจ๋งๆ เช่นกัน พวกเรามีวัฒนธรรมเดียวกัน เบื้องหลังคล้ายกัน และเรื่องราวในอดีตคล้ายๆ กันด้วย

“สนีกเกอร์เป็นเครื่องแสดงออกของความคิดสร้างสรรค์ และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตัวตน”

สำหรับเชฟ James Kent แล้ว สนีกเกอร์เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับเขา ทั้งเป็นส่วนหนึ่งของยูนิฟอร์ม เพราะสำหรับเชฟต้องใส่ชุดเชฟ ผ้ากันเปื้อน กางเกงสีดำในทุกๆ วัน ชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ที่สามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวตนได้ก็คือรองเท้า และการได้แสดงตัวตนว่าฉันเป็นใครก็เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับ James Kent เพราะ สนีกเกอร์เป็นเครื่องแสดงออกของความคิดสร้างสรรค์ และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตัวตน

Adidas และ Kanye West เตรียมปล่อย YZY QNTM ONYX อีกครั้ง 10 ก.ย. นี้ โอกาสมาถึงแล้ว

ไม่ปล่อยให้ผิดหวังนาน สำหรับใครที่พลาดไป 10 กันยายน 2564 นี้ กับสนีกเกอร์ที่ทาง Adidas เคลมว่าเป็นรองเท้าบาสเก็ตบอลที่มีความโดดเด่นด้านดีไซน์ล้ำและเรียบหรู เป็นผลงาน Yeezy ยอดฮิต Adidas และ Kanye West ในรุ่น YZY QNTM ONYX กำลังจะกลับมาอีกครั้ง ด้วยดีไซน์ที่แตกต่างจากรองเท้าบาสรุ่นอื่นๆ และสี All Black แบบ Tone on Tone ที่มาให้เลือกกันแบบครบทั้งครอบครัว มีทุกไซส์ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใหญ่ เด็ก เด็กเล็ก

สำหรับส่วน Upper ของ YZY QNTM ONYX ถูกผลิตขึ้นแบบพิเศษด้วยการปักเส้นใย Mono Mesh ที่ถูกหุ้มด้วยหนังกลับ เกิดเป็นสองผสานแห่งวัสดุคุณภาพที่ให้ความทนทาน กระชับ ยืดหยุ่น และความคล่องตัวที่ไม่เหมือนใคร บริเวณปลายของรองเท้าเป็นหนังสังเคราะห์ทำหน้าที่ปกป้องนิ้วเท้า และแถบสะท้อนแสงบริเวณส้นเท้าโดดเด่นทุกการเคลื่อนไหวในที่มืด พร้อมพื้นรองเท้า Boost บริเวณ Midsole พื้นรองเท้าสุดพิเศษของทาง Adidas ที่ให้ความนุ่มเมื่อสวมใส่ และกรอบ TPU โปร่งใส ดึงดูดทุกสายตา ฟินิชลุคด้วยพื้น Outsole ลายก้างปลาหนึบทุกอย่างก้าวไม่มีลื่นไหล

กำตังค์ในกระเป๋าของคุณให้พร้อม YZY QNTM ONYX พร้อมให้คุณ Cop แล้ว 10 กันยายนนี้ ในราคา 9,000 บาท พิกัดที่ร้าน Adidas Original Siam Center และร้าน Canival และร้าน Atmos รวมถึงบนเว็บไซต์ http://www.adidas.co.th

สำหรับไซส์ของเด็กและเด็กเล็ก ราคาจะอยู่ที่ 6,500 บาท และ 5,800 บาท หาซื้อได้ที่ http://www.adidas.co.th เท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Adidas ประเทศไทย

ยลโฉมผลงานจาก G-Dragon และ Nike กับ PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1

Nike
PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1

หลังจากที่ G-Dragon หัวหน้าวง BigBang ได้ร่วมงานกับ Nike มาในผลงานของ Air Force 1 ทั้งสองรุ่นไปแล้ว การกลับมาร่วมงานครั้งนี้ก็ไม่ได้หยิบต้นแบบจากรุ่นไหนๆ มาเหมือนก่อนหน้า เพราะในครั้งนี้ GD ได้ใส่ความเป็นตัวเองลงไปแบบเต็มแม็กซ์ ด้วยการสร้างต้นแบบใหม่ของตัวเองในชื่อรุ่น PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1

หลังจากได้มีการปล่อยภาพพรีวิวแบบมุมสูงมาให้แฟนๆ และเหล่าสนีกเกอร์ได้พิจารณากันไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ คราวนี้เจ้าตัว GD ก็ได้หยิบสนีกเกอร์รุ่นล่าสุดที่เจ้าตัวออกแบบ PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1 มาให้ทุกคนได้เห็นกันชัดๆ อีกครั้งในหลากหลายมุมบน Instagram ของเขาเอง ทำให้เราได้เห็นรายละเอียดในมุมอื่นๆ มากขึ้น ว่าเขาได้ใส่ดีเทลอะไรลงไปในสนีกเกอร์คู่นี้บ้าง

จากภาพทั้งหมดที่ถูกเผยแพร่ออกมาจนถึงตอนนี้ สามารถสรุปได้ว่า PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1 เป็นสนีกเกอร์ lower cut ข้อเตี้ย ตกแต่งด้วยลวดลายและองค์ประกอบตามสไตล์ของ GD ที่มีความแฟชั่นสูงมาก ในส่วนของ Upper หรือตัวบอดี้ทำจากวัสดุหนังนุ่มสีขาว ที่เผยให้เห็นลักษณะของการตัดเย็บและการตกแต่งวัสดุหนังได้อย่างชัดเจน รวมถึงลิ้นรองเท้าที่มีลักษณะเป็นปีกพับออกมาด้านหน้าเผยให้เห็นโลโก้ของ PEACEMINUSONE ที่ข้างขวา และโลโก้ Nike ที่ข้างซ้าย ซึ่งถูกพิมพ์ให้เห็ฯเด่นชัดเป็นสีดำ และรูปที่ GD ลงก็โชว์ให้เห็นรูปของดอกเดซี่ที่กลีบหายไปหนึ่งกลีบ เป็นสัญลักษณ์ภาพจำของ PEACEMINUSONE ที่ส้นของรองเท้า ที่ถูกตกแต่งบริเวณของเกสรเป็นสีเหลืองเด่นชัด รวมถึงที่พื้นของรองเท้าเองก็มีสัญลักษณ์ดอกเดซี่ที่น่าจะฝากร่องรอยอันโดดเด่นไว้บนพื้น

อัปเดตล่าสุดคาดว่า PEACEMINUSONE x Nike Kwondo 1 จะเปิดตัวในช่วง มกราคม ปี 2022 ในราคาประมาณ $180 หรือ ไม่เกิน 6,000 บาท แต่ Nike กับ GD ก็ยังไม่ได้ออกมาคอนเฟิร์มอะไร


Source: https://hypebeast.com/2021/9/peaceminusone-nike-kwondo-1-release-info

แคมเปญจาก Missguided ความไม่สมบูรณ์แบบคือเอกลักษณ์ของความสวยงาม

Missguided Campaign
Missguided #InYourOwnSkin

ทุกวันนี้หลายแบรนด์แฟชั่นหลายแบรนด์ก็ร่วมกันกำจัดค่านิยมแบบเก่าๆ ในเรื่องของความสวยงามให้หลุดพ้นจากกรอบแบบเก่าๆ ที่มักจะติดอยู่กับ “ความสมบูรณ์แบบ” ในทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวที่สวยต้องมีลักษณะอย่างไร หรือหุ่นที่ดีต้องมีลักษณะอย่างไร และบรรทัดฐานเดิม ๆ อย่างนางแบบที่ต้องมีหุ่นผอมเพรียวเท่านั้น

แบรนด์ Missguided ก็ได้สนับสนุนความสวยงามที่หลุดออกจากกรอบเดิม ๆ เปลี่ยนสิ่งที่เคย “ไม่สมบูรณ์แบบ” ให้เป็นความสวยงามที่ไม่ต้องมีคำจำกัดความ และสิ่งที่เคยคิดว่าเป็น “ข้อบกพร่อง” ให้กลายเป็นเรื่องที่ปกติ บอกเล่าคอนเซปต์ต่างๆ ออกมาผ่านภาพถ่ายในแคมเปญล่าสุด #InYourOwnSkin ที่เผยให้เห็นภาพของนางแบบ 6 คนที่มีจุดสังเกตบนร่างกายที่เห็นได้ชัดแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น ปาน กระ รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุไฟไหม้ รูปร่าง และอื่นๆ เท่าที่ผู้มองจะสังเกตุและตีความได้

Maya หนึ่งในเหล่านางแบบ เธอต้องเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับผิวที่เธอต้องเผชิญนั่นคือ Epidermolysis Bullosa หรือโรคดักแด้ ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งแตก ผิวหนังเปราะบางเกิดการติดเชื้อที่หาได้ยาก มีเพียง 5,000 ใน UK เท่านั้นที่เป็นโรคนี้ เธอได้เผยถึงความรู้สึกที่มีต่อแคมเปญนี้ว่า “ฉันคิดว่าเรากำลังสิ่งที่สร้างพลังและความมั่นใจให้กับผู้หญิงได้มากกว่าครั้งไหน”

เธอยังได้กล่าวชื่นชมทางแบรนด์ที่ออกมาแก้ภาพความเป็น ผู้หญิง ให้หลุดออกจากกรอบเดิมๆ ที่ผูกติดกับความงามในอุดมคติที่เกิดจากความเชื่อที่ไม่เข้าใจในเรื่องของความงามที่แท้จริง

Missguided Campaign
Missguided #InYourOwnSkin

นางแบบอีกคนเธอชื่อว่า Beth นักศึกษามหาลัยที่มีโรคสะเก็ดเงิน และนี่ก็เป็นงานถ่ายแบบงานแรกของเธอด้วย เธอได้เผยสิ่งที่เธอเชื่อมั่น เกี่ยวกับความหมายของความสวยงามว่า “สำหรับเธอแล้ว ความสวย คือสิ่งที่อยู่ภายใน คือนิสัย ความสุข ความรัก และการยอมรับตัวเอง”

นางแบบอีกคนเธอมีดีกรีเป็นถึง แฟชั่นดีไซเนอร์ ชาวบราซิล อายุเพียง 24 ปี ก็ได้เข้าร่วมแคมเปญนี้ด้วยเช่นกัน เธอเกิดมาพร้อมปานขนาดใหญ่ที่ใบหน้า เธอได้เผยถึงความในใจว่า

ทางแบรนด์ Missguided ได้ออกมาเปิดเผยถึงจุดประสงค์ของแคมเปญนี้ในงานเปิดตัวว่า ตั้งใจจะให้เป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวของทางแบรนด์ ในการที่จะขับเคลื่อนเรื่องราวเหล่านี้ #KeepOnBeingYou ให้ไปไกลทั่วโลก

การต่อต้านค่านิยมของแคมเปญนี้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนของแบรนด์ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการมีความมั่นใจในตัวเอง ยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบ และหยุดไล่ตามสิ่งที่โลกบอกว่ามันคือ ความสมบูรณ์แบบ เพราะความสมบูรณ์แบบ แม่งไม่มีอยู่จริง

แคมเปญนี้ตั้งใจสื่อสารในเรื่องของการสร้างพลังความมั่นใจ และค่านิยมรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความแตกต่างบนเรือนร่างตลอดจนความหลากหลาย เช่น การใช้นางแบบที่มีรอยด่างขาวและเผยแพร่ออกไปโดยไม่มีการแก้ไขหรือตกแต่งภาพ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาก็ได้มาการเปิดตัวชุดต่างๆ ที่ใช้หุ่นลองเสื้อที่มีรอยแตกลายและด่างขาว ซึ่งถึงแม้ว่าจะโดนชาวเน็ตโจมตีเรื่องที่ว่าแบรนด์จงใจสร้างรอยเหล่านั้นขึ้นมา มันไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ทางแบรนด์ก็ปฏิเสธในเรื่องนี้ไป

อย่างไรก็ตามหลังจากเปิดตัวแคมเปญนี้ก็มีการโต้เถียงกันเกิดขึ้นว่า ในวงการแฟชั่นทุกวันนี้ ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของความสวยงามไม่เคยถูกตีความได้หลากหลายเท่าปัจจุบัน


Source: https://www.independent.co.uk/life-style/fashion/missguided-female-flaws-imperfections-celebration-campaign-body-positivity-fashion-a8345176.html

สาวก NIKE เตรียมตัวให้พร้อม AIR VAPORMAX EVO กำลังจะมา

WAD NIKE AIR VAPORMAX EVO

ปล่อยภาพมาให้เห็นกันจะๆ อย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ AIR VAPORMAX EVO ที่มาในสีดำ ถูกใจสาย All Black และดีไซน์ที่หยิบโมเดลคลาสสิกของ Nike VAPORMAX มาปรับโฉมใหม่ โดยใช้แรงบันดาลใจจากดีไซน์ของ Air Max 96 II ผสมกับเอกลักษณ์ของ Midsole จาก Vapormax ทำให้เดิมที่เคยเป็นรองเท้าวิ่งในช่วง 1996 สำหรับ Air Vapormax EVO รุ่นล่าสุดนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงด้วยการปรับลุคให้ทันสมัยเข้ากับไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบันมากขึ้น กลายเป็นที่มาของ Air Vapormax EVO

Air Vapormax EVO มาในสี Triple Black เริ่มกันที่ส่วนของ Upper ประกอบด้วยวัสดุผ้าตาข่าย (Mesh) และส่วนที่เป็นหนัง ประกอบลิ้นรองเท้าที่เป็นวัสดุ Neoprene ที่มีโลโก้ยาง Vapormax แปะอยู่ และเอกลักษณ์สำคัญที่เป็นกิมมิคสร้างความโดดเด่นคือ วัสดุสะท้อนแสง 3M ที่ถูกประดับอยู่ตรงด้านข้างของปลายเท้า ส่วนของที่ร้อยเชือกร้องเท้า และแถบสัญลักษณ์ EVO ตรงหลังข้อเท้า คอยสะท้อนแสงในยามค่ำคืน นอกจากจะความสวยงามแล้ว ยังเพิ่มเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

วันเปิดตัวยังไม่มีข้อมูลเผยออกมาอย่างเป็นทางการ แต่คาดกันว่าอาจเป็นช่วงปลายปี 2020 หรือต้นปี 2021 ต้องรอติดตาม สนนราคาอาจอยู่ที่ประมาณ 225 USD หรือประมาณเกือบ 7,000 บาท ในมุมมองส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นราคาที่สมน้ำสมเนื้อเพราะจากดีไซน์ ดีเทล และวัสดุ ที่สำคัญที่สุดคือความเท่ที่มาในคราบ All Black แมทช์ได้ทุกลุคจบในคู่เดียว บอกได้คำเดียวว่า “Cop!”